Fiction : Crumble Violet : Chapter 2
posted on 07 Sep 2010 18:42 by veneer in Ryoda
Title : Crumble Violet
Pairing : Ryoda (Nishikido Ryo/ Ueda Tatsuya)
Genre : Romance
Rating : PG - 13
Disclaimer : มันมีเหตุผลที่บริษัทชื่อ Johnny Entertainment นะ
Summary : จิน + ยามะพี + ผู้หญิง = ทัตสึยะ + เรียว + ปัญหา (มันออกมาเป็นสมการแบบนี้จริงๆ)
Chapter 2 : In the mist of it all
"แก....คิดว่าทำอะไรอยู่ห๋า ถึงได้อยู่ดีๆก็เดินเข้าบ้านคนอื่นที่เค้าล็อคประตูอยู่โดยไม่คิดจะเคาะสักนิด เซลล์สมองแกมันถูกบั่นทอนลงไปรึไงถึงได้ไม่เข้าใจอะไรง่ายๆ กับแค่มารยาทในสังคมของมนุษย์ปุถุชนที่เค้าทำกันเป็นเรื่องธรรมดาเนี่ย!!!!" วงแขนที่โอบเพื่อนอยู่เหวี่ยงคนตัวเล็กลงกับโซฟาอย่างเบามือก่อนจะเดินดุ่มๆ เข้าไปหาเพื่อนสนิทตัวเองที่อยากจะลดขั้นมันให้กลายเป็นกระสอบทรายอยู่เนืองๆ
"ไม่ต้องพูดเลยนะจิน มันไม่ใช่อย่างที่แกคิดเว้ย ช่วยฉลาดขึ้นสักสองสามนาทีเพื่อเพื่อนหน่อยเถอะ" ถึงจะขอไปแบบนั้นแต่ก็รู้ว่ามันทำกันไม่ได้ง่ายๆ เรียวจึงยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือโดยการตบกระโหลกหนาๆ ไปสักหนึ่งที เผื่อความคิดอันสร้างสรรค์จะบังเกิดแกมันบ้าง
ทัตสึยะนั่งมองภาพตรงหน้าอย่างปลงตก พยายามจะไม่คิดถึง ลมหายใจร้อนๆ ที่ยังคงรู้สึกได้ หรือจะวงแขนแข็งแรงที่พยุงเค้าไว้เมื่อครู่ หากแต่เลือกจะอยู่กับความเป็นจริงที่น่าจะเลวร้ายน้อยที่สุดแทน ก็แน่ละนะเค้าต้องเมาแน่ๆตอนตกลงเป็นเพื่อนกับพวกมัน
ให้ตายเหอะ!! ใครไปติดสินบนพระเจ้าให้ลงโทษเค้าในวันนี้กัน
........................................................................................................
"อ๋อ....พวกนายสองคนเลยขึ้นเป็นหัวหน้าสินะ" เสียงที่ดูไม่ทุกไม่ร้อน แถมยังจะมีความสุขเกินเหตุทำให้คิ้วของคนสองคนที่นั่งอยู่บนโซฟากระตุกกึกๆ
"ไอ้จิน ตกลงว่ามันเกิดอะไรขึ้น" แล้วอาจจะเพราะว่าการกระทำนั้นไปสะดุดอารมณ์ที่ยังคงคุกรุ่นของเจ้าของหน้าโหดๆ ที่ดูเหมือนจะปะทุมากขึ้นเมื่อคนตรงหน้าทำเป็นไม่ทุกข์ไม่ร้อนอะไรสักอย่าง
ทั้งๆที่ปัญหามันไม่ใช่เล็กๆนะเนี่ย
แต่ก่อนที่จินจะได้ตอบอะไร ประตูที่ทัตสึยะพึ่งจะเดินไปปิดก็กระแทกเปิดปัง! ตามแรงเหวี่ยงอีกครั้ง พร้อมๆกับใบหน้าของจำเลยอีกคนที่มองเข้ามาอย่างงงๆ
"เอ๋? อยู่กันครบเลยเหรอ" ร่างสูงเจ้าของตำแหน่งหัวหน้าวงที่ตอนนี้ถูกดีดกระเด็ดออกจากเก้าอี้ฉีกยิ้มบานแฉ่ง มือซ้ายยกถุงกระดาษแบบญี่ปุ่นขึ้นระดับสายตา
"นายลืมซูชินะจิน" นัยน์ตาของคนที่นั่งอยู่ที่พื้นแทบจะลุกวาว ร่างหนารีบกระดึ๊บๆ ไปหาอาหารตรงหน้าอย่างรวดเร็ว
แต่ก็ไม่พ้นสามคืบเมื่อฝ่าพระบาทของบุรุษอีกคนที่ไม่รู้ว่าลุกขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไรเหยียบชายเสื้อไว้มั่น
"ไม่ต้องไป" จินแทบจะหัวใจวายเมื่อหันกลับมามองหน้าคนพูด แหม ก็ท่านนิชิกิโดนะสิ โดนวิญญาณโซสึเกะคุงสิงรึไง ทำหน้าน่ากลัวซะขนาดนี้
"แต่เรียวจัง" แม้จะส่งสายตาบริ๊งๆไป แรงกดทับก็ไม่มีทีท่าว่าจะน้อยลงเลย
"เรียว" เพื่อนอีกคนคิดจะปราม แต่จะเข้าไปห้ามก็ไม่กล้า ห่วงจินก็ห่วงแต่ห่วงชีวิตตัวเองมากกว่านะสิ
"นายเงียบไปเลยพี เดี๋ยวรอฉันจัดการจินก่อน นายเป็นรายต่อไปแน่" นั่นไง แล้วอย่างนี้จะให้ยามาชิตะ โทโมฮิสะคนนี้เข้าไปห้ามได้เช่นไร แต่จะหนีก็คงไม่พ้นร่างสูงจึงยืนแข็งอยู่ที่จุดเดิมนั่นเอง
เสียงโหวกเวกโวยวายของเดอะแก็งค์ ซึ่งอาจจะไม่มีอีกต่อไปถ้ามันยังจะดึงดันทะเลาะกันอยู่แบบนี้ ยิ่งพาลจะทำให้โสตประสาทของคนหน้าหวานที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาบีดรัดแน่นเข้าไปทุกขณะ
จะว่าไป มีคนปวดหัวจนตายได้มั้ยนะ
มือเรียวยกโค้กซี่โร่ขึ้นมาดื่มอย่างเซงๆ พลางมองโชว์สดตรงหน้าอย่างปลงๆ ท่องไว้ทัตสึยะ อดทน อดทน และอดทน แต่ยิ่งท่องไปท่องมาดูเหมือนอาการปวดสมองมันจะยิ่งทวีคูณมากกว่าจะหายไปเสียนี่ ฉะนั้นทางแก้เดียวคงจะตรงแยกเจ้าพวกนั้นออกจากกันสินะ
กระป๋องโค้กเปล่าพุ่งผ่านอากาศ บินโฉบหัวทุยๆของเจ้าของห้องเพียงแค่ครึ่งมิล ก่อนจะไปลงจอดที่อคานิชิ จิินอย่างจัง
ดวงตาสามคู่หันขวับมามองคนต้นเหตุแทบจะเป็นตาเดียว
เรียวมองอย่างโกรธๆ
จินร้องโอดโอยตามฉบับ
ทัตสึยะยิ้มเล็กๆอย่างพอเป็นพิธี
ในขณะที่ยามะพีพยายามพิจารณาสถานการณ์อย่างมึนๆ
จะว่าไปอาจจะต้องส่งจดหมายขอบคุณไปทางบริษัทโคคาโคล่า ที่ผลิตเครื่องมืออันน่าเกรงขามนี้ออกวางขาย มันช่างน่าอัศจรรย์ชนิดที่ว่าสามารถทำให้คนสี่คนสามารถนั่งลงคุยกันดีๆได้สักที
มือเล็กดึงชายเสื้อบุรุษผิวสีน้ำผึ้งที่ยังทำหน้าบึ้งตึงให้ลงมานั่งด้วยกัน ซึ่งเรียวก็ไม่ได้ขัดอะไร แต่ก็ยังน้อยใจอยู่หน่อยๆ ที่อีกฝ่ายโยนมาไม่ได้มองเค้าเลยสักนิด ถ้าพลาดโดนกันขึ้นมาจะทำยังไง ทั้งๆที่อยู่ฝ่ายเดียวกันแท้ๆ
จังหวะที่หัวหน้าคันจานิกำลังนั่งลงนั่นเอง อีกสองบุรุษที่ยังคงมีรอยยิ้มฉาบหน้า ก็รีบรุดเข้ามาจะนั่งด้วย แต่ยังไม่ทันที่ขาสองคู่จะถึงโซฟาก็ถูกสายตาอำมหิตของอุเอดะ ทัตสึยะเบรกดังเอี๊ยดซะก่อน
"นายสองคนจะทำอะไร" เสียงหวานเอ่ยเรียบ ทำเอาคนสองคนที่ยังยืนอยู่เหงื่อแตกซิกๆ แต่เหตุที่ว่าจินคุ้นเคยกับคนตรงหน้ามากกว่า หน้าที่เจรจาท้าวความครั้งนี้เค้าเลยเป็นคนทำ
"นั่งไงทัตจัง"
"แล้วจะเดินเข้ามาทำไม"
"ก็โซฟา..."
"นั่งมันที่พื้นนั่นแหละ" ประโยคจบเย็นเยียบราวกับจะตีป้ายบอกว่าถ้าขัดคำสั่งคงมีอันตรายถึงชีวิต ทำให้ชายหนุ่มร่างอวบต้องนั่งลงบนพรมแข็งๆอย่างจำใจ พร้อมๆกับไม่วายจะดึงอีกคนให้ลงมาร่วมชะตากรรม
เรียวเหลือบตามองคนสั่งเล็กน้อยพอเป็นพิธี ก่อนจะเปล่งเสียงหัวเราะออกมาชนิดไม่เกรงใจเพื่อนสนิทตัวเองทั้งสองคนสักนิด ส่งผลให้นัยน์ตาของคนข้างๆหันมามองอย่างงงๆ แล้วก็ยิ่งงงเข้าไปใหญ่เมื่อบุรุษผมดำยกมือขึ้นพาดข้ามไหล่คนตัวเล็กก่อนจะทิ้งมันลงบนพนักโซฟาสีแดงอย่างสบายๆ แถมยังจะมากระตุกยิ้มใส่อีก ทั้งๆที่เมื่อครู่ทำท่าไม่พอใจแท้ๆ ทำไมถึงเปลี่ยนอารมณ์ง่ายจัง
ถึงทัตสึยะจะงง และดูเหมือนพีก็จะงงไปด้วยอีกคน ก็คงจะมีแต่จินละมั้งที่มองคนสองคนที่ทำท่ามีศักดิ์สูงเหนือกว่าเขาสองคนแล้วนั่งบนโซฟานุ่มๆอย่างสับสนสุดๆ
แล้วอีแบบเนี้ยจะไม่ให้สงสัยได้ไง นี่เค้าแค่คิดเลยเถิดไปนิดเดียวก็เกือบจะโดนฝ่าพระบาทแล้ว ถ้าเกิดคิดไกลไปอีกนิดไม่โดนหัวหน้าบวกอดีตเพื่อนร่วมวงคนปัจจุบันฆ่าปิดปากรึไงฟร่ะ
คิดแล้วก็ยิ่งเจ็บช้ำน้ำใจ
ทัตจังใจร้าย มีเพื่อนใหม่แล้วสินะ ถึงลืมจินไปซะอย่างนี้ จะบ่นกระปอดกระแปดไปก็ใช่ว่าคนข้างนอกมันจะได้ยินกัน จินจึึงได้แต่นั่งขัดสมาทอยู่บนพื้นพรมแข็งๆนั่นแหละ
"เอาละ เล่ามา" เมื่อเจ้าหญิงเข้าโหมดหัวหน้า อีกคนก็เลือกจะนั่งเงียบ อยากจะรู้เหมือนกันว่าหมอนี่จะจัดการเรื่องนี้ยังไง อีกอย่างให้เค้าตะโกนโหวกเหวกอยู่คนเดียวมันก็เหนื่อยเหมือนกันนะ
แต่ทว่าไอ้ความใจเย็นของทัตสึยะมันไม่ได้อยู่ตลอดไปนะสิ เมื่อผ่านไปร่วมสามนาทียังไม่มีสิ่งมีชีวิตสักกะตัวเปิดปากพูด
".."
"...."
"......."
"โอ๊ย!!!" ร่างหนายกมือขึ้นจับศีรษะตัวเองอย่างหวงแหน ดวงหน้าคมเหยแกด้วยความเจ็บปวด พลางส่งสายตาคาดโทษไปให้เจ้าของม้วนกระดาษอย่างเคืองๆ ตกลงว่าวันนี้เขาจะโดนปทุษร้ายทั้งวันเลยใช่มั้ยเนี่ย
"นายจะเงียบอีกนานมั้ย!! ตกลงว่ามันเรื่องอะไรกันแน่ จะอมพะนำเพื่อ!!" บุรุษผมสีน้ำตาลไม่ได้สนใจเสียงโวยวายให้หยุดของเพื่อนตัวเองสักนิด แถยยังจะไปฉวยหยิบเอากระโค้กซีโร่ของอีกชายหนุ่มในห้องที่ยังไม่หมดดีมาเป็นอาวุธคู่กายเสียอีก
ยังดีที่ผู้ชายคนนั้นมือไวกว่า ยกกระป๋องสีเงินออกจากทิศทางได้ทัน ไม่อย่างนั้นคงจะต้องได้เห็นอคานิชิชุ่มโค้กแน่ๆ
เรียวเอามือข้างที่พาดอยู่กดไหล่แคบเบาๆ เหมือนจะส่งสัญญาณให้พอ ไม่ใช่ว่าเค้าจะไม่อยากใช้กำลัง แต่ถ้าจะให้รู้เรื่องกันก็คงจะต้องพูดกันดีๆ
"ทัตสึยะ" เสียงทุ้มปราม นัยน์ตาสีนิลออกแววดุทำให้คนที่กำลังจะอ้าปากบ่นยอมปิดลงเงียบๆ ทัตสึยะกัดริมฝีปากอิ่มอย่างไม่สบอารมณ์แต่ก็ไม่อยากจะขัดใจอีกฝ่าย ทำให้อีกคนที่ยังคงกุมหัวตัวเองอยู่ถอนหายใจอย่างโล่งอก แต่ไม่วายที่จะคิดหมั้นใส้ขึ้นมาเล็กๆ อะไรวะ ทำไมถ้าเป็นเรียวต้องยอมไปซะทุกที ทัตจังอะ ไม่แฟร์เลย
"ทัตจังใจร้าย ทำแต่จิน ทีเรียวนะทัตจังไม่เห็นทำอะไรเลย" จินบ่นอย่างอย่างไม่พอใจ พลางชี้ให้ยามะพีดูคนลำเอียงอีกคน
"นั่นสินะ ทัตจัง อย่าใจร้ายกับพวกเรานักสิ" เพื่อนหัวม็อคค่าเอ่ยเสริม สรรพนามเรียกชื่อที่เปลี่ยนจากอุเอดะคุงมาเป็นทัตจังซะสนิทสนมทำให้คนตัวเล็กเลิกคิ้วสูง แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร เพราะรู้ทั้งรู้ว่าเอาอะไรแน่นอนกับยามาชิตะไม่ได้อยู่แล้ว จึงเลือกที่จะลงกับคนที่ไม่เคยจะกล้าขัดใจตนแทน
"นาย" นิ้วเรียวชี้ไปยังอดีตเพื่อนร่วมวงอย่างเปิดเผย ท่าท่างแบบนั้นคงทำให้คนหายสงสัยไปได้มากโขว่าทำไมถึงได้ฉายาเจ้าหญิง ก็เพราะคนในวงตามใจกันมากเกินไปนะสิ
"ทำให้ฉันต้องลำบากจิน เพราะฉะนั้น เล่ามาซะก่อนฉันจะเตะนายออกจากบ้านให้ปาปารัซซี่ที่รออยู่ข้างนอกรุมทึ้งนายให้กลายเป็นชิ้นๆ" คำว่าปาปารัซซี่ดังก้องทะลุโสตประสาทคนโดนขู่ ทำให้ผลของคำพูดมีประสิทธิภาพเพิ่มเป็นสองเท่า ก็ตั้งแต่เกิดเรื่องขึ้น คำว่าปาปารัซซี่นะน่าขนลุกขนพองราวกับหนังสยองขวัญเลยทีเดียว
"ก็คือว่าเอาแบบย่อแล้วกันนะ"
"จะแบบไหนก็เล่ามาเถอะน่า!!!" โธ่เค้าก็กะจะทำให้บรรยากาศมัน lighten up นะให้มันสดใสขึ้น ไม่เข้าใจจินเอาซะเลย
"พวกเราเมามาก....แล้วก็มีผู้หญิงสองคนเดินเข้ามา....สวยมากๆ เลยนะ...โอ๊ย!!! ก็บอกให้เค้าเล่าหนิ!!! เอ่อ....สองคนนั่นเข้ามาหาเรากับพี แล้วพวกเราก็จำอะไรไม่ได้เลย มารู้ตัวอีกทีก็ตอนตื่นขึ้นบนเตียงโรงแรมนะแหละ" สิ้นประโยคบอกเล่าของจำเลยคนที่หนึ่ง จำเลยคนที่สองก็พยักหน้าหงึกหงักตามไปด้วย แต่ไอ้คนฟังสองคนนะเส้นเลือดขึ้นปูดเต็มหน้าเพราะความเครียดแล้ว
พวกมันไม่ได้โง่ขนาดไม่รู้ว่าเจออะไรมาใช่มั้ย
"นั่นไม่ดีเลย" ทัตสึยะเปรย นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มหรี่ลงอย่างใช้ความคิด
"พวกนายจำหน้าผู้หญิงพวกนั้นได้รึเปล่า" เรียวเสริม
"ไม่อะมันเบลอไปหมดเลย" คราวนี้คนที่ตอบเป็นชายหนุ่มจากวงนิวส์ โดยที่อีกคนก็พยักหน้าตามระเบียบ
"มันต้องเป็นบริษัทอื่นแน่ๆ" หัวหน้าวงคัตตุนพูดขึ้น พลางหันไปมองคนข้างๆอย่างขอความเห็น
"เอ๋?!" ทั้งพีทั้งจินแทบจะอุทานออกมาพร้อมกัน
"ใช่แล้วละ ไม่ผิดแน่นั่นเป็นคำอธิบายเดียวว่าทำไมถึงมีวิดีโอคลิปได้" คนจากโอซาก้าเอ่ยตอบ นัยน์ตาสองคู่สบกันอย่างเข้าใจ ทิ้งให้สองจำเลยที่นั่งอยู่ข้างล่างงงเป็นไก่ตาแตก
"แต่..ทำไมละ" โทโมฮิสะที่ดูเหมือนจะจับใจความได้บ้างถามขึ้น ทำไมถึงต้องเป็นพวกเขา คนอื่นมีตั้งเยอะแยก แต่ทัตสึยะกลับยิ้มบางๆไปให้
"ก็เพราะพวกนายสองคน ดังที่สุดในหมู่พวกเรานะสิ"
"แล้วอาราชิละ" คำโพล่งแทรกของอคานิชิ ทำเอาขนาดพียังต้องกรอกตา ดูท่ามันจะอาการหนักจริงๆแหะ คำว่าความน่าจะเป็นถึงได้บินออกไปจากระบบร่างกายมันหมดแบบนี้
"ไอ้มึนเอ๊ย อาราชิไม่ได้มีอิมเมจแบบนั้น พวกนั้นแทบจะไม่เที่ยวกลางคืนด้วย เอามาเปรียบกับพวกเราได้ไง" ถ้าตบกระบาลมันจากที่นั่งอยู่ได้ เรียวคงทำไปแล้วแต่นี่พื้นที่ระยะห่างมันมากเกินไป แล้วเขาก็ไม่อยากจะยกมือที่กดไหล่ทัตสึยะออกด้วย ก็ถ้าปล่อยไปแล้วเด็กในร่างผู้ใหญ่ข้างๆนี่ฟิวส์ขาดขึ้นมา เขาได้เก็บศพตัวเอ กับตัววายข้างล่างแน่
นั่นมันคือเหตุผลจริงๆนะ
"พวกเราแย่แล้วจริงๆ" ยามะพียกมือขึ้นตบหน้าผากตัวเองอย่างตระหนักได้ เพื่อนผมดำจึงได้ทีแหน็บแนมมันต่อ
"นายพึ่งจะตรัสรู้รึไง"
"เรียว!" ร่างบางตีเข้าที่ต้นแขนแกร่งเบาๆ หน้าสวยออกแววตำหนิ ก็ทีเค้าจะว่าจินยังห้าม ทำไมทีตัวเองว่ายามาชิตะได้เล่า
หรือจินจะเห็นตอนนี้เป็นโอกาสเหมาะ ร่างสูงจึงคุกเข่า ยกมือไหว้ ก้มหัวลงแทบจะติดพื้นอย่างนอบน้อม
"ทัตจัง ขอโทษน้า" เสริมด้วยนัยน์ตาเยิ้มเชื่อมราวกับลูกหมาโดนทิ้ง แล้วไอ้คนโดนขอร้องก็ดันเป็นคนใจไม่แข็งด้วยสิ
"เออน่า พวกเราจะหาทางแล้วกัน" แม้คำตอบจะเป็นแบบขอไปที แต่ก็ดูออกว่าโดนยกโทษให้แล้ว ใบหน้าคมจึงยิ้มแป้นราวกับถูกหวยสิบร้อยล้าน หยั่งน้อยก็ไม่ตายละว้า
"เรียวจัง ขอโทษน้า" เมื่อเห็นเพื่อนทำสำเร็จ อีกคนเลยจะเอาบ้าง โดยที่ลืมคิดไปเสียสนิทว่าคนที่อยู่ปลายทางการรับมันคนละคน ยามะพีจึงต้องโดนกระป๋องโค้กเพชรฆาตที่คราวนี้ยังเต็มปรี่ปริมาณพร้อมเข้าไปอย่างจัง เจ็บไม่เจ็บให้มันรู้ไป
"นี่นิชิกิโด เรียวเว้ยไอ้พี จำคนผิดรึไง"
ดวงตากลมโตดั่งปลาทองน้ำตารื้น พลางหันหน้าไปทางอีกคนแทน
"ทัตจาง เรียวใจร้ายกับพีอีกแล้ว ทัตจังมาอยู่นิวส์เถอะ เค้าไม่เอาหัวหน้าแบบนี้ กระซิก กระซิก" เสียงที่ถูกดัดจะหวานเจี๊ยบเท่าไรก็ยังไม่กวนเบื้องล่างเท่าไอ้แอฟเฟคต่อท้าย แบบนี้อุเอดะไม่คิดจะแปลกใจว่าทำไมถึงอยู่กับเรียวได้นานขนาดนั้น
"กระป๋องโค้กอีกกระป๋องอยู่ไหนวะ พ่อจะปาให้หัวแตกเลยคราวนี้" นั่นไงถึงบอกว่าอยู่ด้วยกันได้ ก็ไม่เต็มกันทั้งคู่นี่นะ
"มันมีแค่สามกระป๋องเรียว กระป๋องสุดท้ายนายก็โยนไปแล้วไงแล้วก็เลิกทำร้ายเพื่อนนายได้แล้ว ยามะพีน่าสงสารออก" หน้าตานิ่งๆเซงๆของอีกฝ่ายไม่ได้ทำให้อารมณ์นิชิกิโดเย็นขึ้น ใบหน้าหล่อๆของคนจากโอซาก้ายื่นเข้าไปใกล้คนตัวเล็กช้าๆ ทำให้อีกคนขยับจะถอยไปตามระเบียบ หากแต่ติดที่ว่ามือหนาที่กดไหล่บางอยู่รั้งเอาไว้แน่น
"หืม...ทำไมนายถึงอยู่ข้างพีละ แทนที่จะอยู่ข้างฉัน....ทัตจัง" ลมร้อนที่เป่ารดใบหูเรียกสีเลือดขึ้นซับหน้าอย่างช่วยไม่ได้ มันไม่ใช่ว่าอายหรืออะไรหรอกนะ แต่นี่เป็นปฏิกริยาปกติเวลามีคนมาทำแบบนี้กับเขาต่างหากละ
"ไอ้บ้า! ขยับออกไปห่างหน่อยสิ นายไม่เคยได้ยินคำว่าพื้นที่ส่วนตัวรึไงห๊า" มือเรียวยันแผงอกกว้าง ที่ยังไงก็ดูจะไม่สะทกสะท้านแม้สักนิด ทัตสึยะเลยค้อนขวับไปให้แทน เพราะจะทำอะไรอย่างอื่นก็ดูจะไม่มีผลตอบรับมาซะหมด
คนนึงที่ยังสนุกกับการแกล้งกับอีกคนที่พยายามพลักพยายามดันอีกฝ่ายออก ไม่ได้รู้สึกตัวเลยว่าตกเป็นเป้าสายตาของอีกสองต้นตอที่ยังคงปักหลักอยู่บนพื้นพรมไม่ได้หายไปไหน
"พี นายคิดอย่างที่ฉันคิดมั้ย ฉันรู้สึกว่า...พวกเราไม่สมควรจะอยู่ตรงนี้วะ"
"นั่นสินะ มันเหมือนกับว่าโลกนี้มีแค่มันสองคนอย่างนั้นละ"
"ใช่ๆ สองคนนั่นลืมเราไปเลยอะ แย่จังเลยพี!!!"
มันก็ดีแล้วไม่ใช่รึไง อย่างน้อยก็ยังมีเวลาให้หยุดหายใจกันบ้างก่อนจะโดนเทศน์อีกรอบ ทัตจังอะใจดี จะยังไงก็ได้ แต่ไอ้เรียวนี่สิ ชีวิตยามาชิตะคนนี้จะจบลงทั้งๆที่ยังไม่ได้สมรสรึ จะปล่อยให้เป็นแบบนั้นได้ยังไงกันนะ
........................................................................................................
Author's note : พี่แป๋ว เธียร์ก็กะจะลงที่บอร์ดเหมือนกันนะ แต่อยากเขียนให้ได้ครบสามตอนก่อนแล้วค่อยลง
เพราะกลัวเขียนไม่ทันไง แล้วเดี๋ยวมันค้างไรงี้ (ไม่ได้ตั้งใจจะเขียนให้จินกับพีเป็นหนักขนาดนี้จริงนะ)
edit @ 11 Sep 2010 14:23:41 by
Tags: ryo nishikido, ryoda, ueda tatsuya, คัตตุน, ทัตสึยะ, นิชิกิโด, นิวส์, อุเอดะ, เรียว, เรียวดะ2 Comments
ว่าจะอ่านตั้งแต่เมื่อวาน แต่ทำความสะอาดบ้านยกใหญ่
เลยไม่ว่าง.....
มาเรื่องฟิค......ไว้รอ 3 ตอนนะจ๊ะ ลงบอรืดไปเลย หุหุ
ตอนนี้ก็ยังคงสนุกมาก ๆ สงสารจินพี
แต่เอ๊ะ ชีวิตจริงองค์ชายพีคงไม่ยอมเรียวปานนั้น
เพราะเห็นแต่เรียวยอมเค้า 555+ แต่ก็นะ
คนมันผิดก็ต้องหงอเป็นธรรมดาอ่ะนะ
แต่น้องเธียร์บรรยายได้ฮามาก สนุกดี ลื่นอ่ะ
ตอนท้ายมีแอบหวาน จินพีแอบหนีไปโล้ด ปล่อยเค้า2คนหยอกกันไป
ขอบใจสำหรับฟิคสนุก ๆ นะน้องเธียร์....
รออ่านตอนต่อ ๆ ไปและเรื่องต่อ ๆ ไปจ้า
#1 By AiYuki_paewkawaii on 2010-09-13 15:12