Fiction : Crumble Violet
posted on 02 Sep 2010 23:34 by veneer in Ryoda
Title : Crumble Violet
Pairing : Ryoda (Nishikido Ryo/ Ueda Tatsuya)
Genre : Romance
Rating : PG - 13
Disclaimer : มันมีเหตุผลที่บริษัทชื่อ Johnny Entertainment นะ
Summary : จิน + ยามะพี + ผู้หญิง = ทัตสึยะ + เรียว + ปัญหา (มันออกมาเป็นสมการแบบนี้จริงๆ)
Chapter 1 : Back to the Basic
"มันเป็นทางการแล้วละ" น้ำเสียงนิ่งๆ เรียบๆ ของชายหนุ่มดังไปทั่วห้อง นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มยังจ้องอยู่ที่หน้าจอคอมพิวเตอร์เขม็ง ราวกับจะสื่อสารอะไรบางอย่างกับเครื่องจักรไร้ชีวิต
ไม่มีเสียงใดตอบ ความเงียบที่ปกคลุมห้องสี่เหลี่ยม ยิ่งพลันจะทำให้บรรยากาศหนักอึ้ง
หายใจลำบาก
"ปิดคอมซะ คาซึยะ พวกเราต้องไปพบคุณจอห์นนี่" ร่างที่พิงประตูเอ่ยขึ้น ดวงตากลมโตเหลือบไปมองคอมพิวเตอร์สีดำชั่วครู่ก่อนจะสาวเท้าออกจากห้องไปอย่างไม่มีบอกไม่มีกล่าว ทิ้งให้คนที่เหลือต้องรีบรุดตามไปอย่างช่วยไม่ได้
คาเมะนาชิ คาซึยะ ถอนหายใจเฮือกใหญ่พลางหันหลังเดินจากหน้าจอที่ยังส่องแสงเรืองๆ ไปอีกคน
คำว่า จิน อคานิชิ ในตัวอักษรสีดำแดงเด่นชัดบนแผ่นสี่เหลี่ยมอิเล็คทรอนิค ก่อนจะหายวูบไปแทนที่ด้วยสีดำสนิท
อคานิชิ จิน ได้แยกตัวออกจากคัตตุนแล้ว
........................................................................................................
ผู้บริหารสูงสุดเลิกคิ้วสูง พร้อมๆกับกวาดสายตาพิจารณาชายหนุ่มทั้งห้าคนที่ยืนนิ่ง นี่เจ้าเด็กพวกนี้มันกลายสภาพตัวเองเป็นหินรึไง แต่ไอ้อาการแบบนี้คงมีอยู่เหตุผลเดียว
"ฉันไม่ได้เรียกพวกเธอมายุบวงหรอกนะ"
"เห๊!!" เสียงอุทานดังลั่นทำเอาแร็ฟเปอร์ประจำวงอยากจะฟาดกระโหลกหนาๆ ของคนตัวสูงสักที เพราะมันจะมีสักครั้งมั้ยที่ไอ้บ้านี่รู้จักกาละเทศะ
แต่ทันที่จะได้ทำอะไร ประโยคต่อมาของผู้สูงอายุในห้องก็เกือบทำเอาลมจับ
"ไม่ได้จะยุบวงก็จริง แต่สถานการณ์ตอนนี้ก็ใช่ว่าจะสวยงามสักนิด พวกเธอ....เสนอหัวหน้าวงให้ฉันเดี๋ยวนี้" คำสั่งที่หุนหันพลันแล่นอย่างที่นึกจะเอาอะไรก็ต้องได้อย่างคุณจอห์นนี่ทำพวกเขากลืนน้ำลายฝืดคอ
ก็ที่ไม่มีใครอยากเป็นหัวหน้าวง ก็เพราะไม่อยากเจอแบบนี้นะสิ
ขาสี่คู่ของร่างสี่ร่างก้าวถอยหลังไปอย่างพร้อมเพรียงชนิดที่ว่าแฟนคงปลาบปลื้มปิติ ที่พวกมันทำอะไรพร้อมกันเป็น แต่คนที่ยืนอยู่ตรงกลางคงไม่ได้คิดแบบนั้นแน่
อดีตหัวหน้าวงคัตตุนที่กำลังจะกลายเป็นปัจจุบันแทบอยากจะเอามือตบหน้าผากตัวเองซักป๊าบ ถ้าไม่ใช่ว่าจอห์นนี่ซังกำลังทำหน้าพอใจ และคงไม่มีใครโง่ไปยุ่งกับรอยยิ้มบางๆที่ฉาบไว้บนหน้ากร้านโลกนั่น
"ดีมาก ไม่เสียเวลาดี" น้ำเสียงต่ำเอ่ยกลั้วหัวเราะ พลางชายสายตาไปมองสี่บุรุษที่ขยับขาเมื่อครู่
"พวกเธอสี่คนไปได้ ยกเว้นอุเอดะคุง" ถึงสายตาขอโทษขอโพยจะส่งมาให้กันอย่างล้นหลาม เลเวลอารมณ์ของทัตสึยะก็ไ่ม่ได้อัพขึ้นสักนิด นึกแล้วก็ยิ่งคิดถึงเพื่อนตัวหนาขึ้นมาตงิดๆ เพราะปกติแล้วมันต้องมีจินยืนเอ๋อเป็นเพื่อน แต่เมื่ออคานิชิไม่อยู่ อุเอดะก็ต้องรับเคราะห์เพียงผู้เดียว
ให้ตายเถอะ
เขากำลังยืนเผชิญหน้ารับชะตากรรมที่คิดว่าคงโดนเทศน์ยาวแน่ๆ เมื่อประตูสีน้ำตาลบานใหญ่เกินจำเป็นถูกกระแทกให้เปิดอย่างแรง พร้อมๆกับเสียงแหบๆที่ทุกคนในตึกนี้คุ้ยเคยเป็นอย่างดี
"จอห์นนี่ซัง นี่มันไม่ตลกเลยนะครับ ทำไมอยู่ดีๆท่านถึงสั่งพักงานนิวส์ พวกเราไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย!!!" หนึ่งเดียวในโลกนี้ที่กล้าตะโกนใส่เจ้านายตัวเอง ถ้้าไม่นับระบบตอบโต้อัตโนมัติของหนุ่มร่างโย่งวงคัตตุน
"พักงานนิวส์" อุเอดะเปรยเบาๆกับตัวเอง เท่าที่เค้ารู้คนที่มีเรื่องมีแค่จินไม่ใช่หรือ
บุรุษที่นั่งอยู่เอามือนวดขมับตัวเองอย่างช่วยไม่ได้ นิชิกิโด เรียว นี่เค้าตามใจมันจนเคยตัวรึเปล่านะ เล่นตะคอกกันแบบนี้ คนแก่หัวใจวายตายไปจะทำยังไง ไม่มีคนออกเงินเดือนให้พวกแกแล้วจะรู้สึก
"นิชิกิโดคุง เร็วๆนี้เธอได้คุยกับเพื่อนสนิทเธอมั้ย" สายตาคมกริบดั่งจะเตือนให้รู้ว่ากำลังพูดอยู่กับใคร แต่ทว่าคำว่าสถานภาพคงไม่มีอยู่ในพจนานุกรมฉบับนิชิกิโด
"คนไหน" เอาเถอะ คงมีแต่ต้องปลง
"ทั้งคู่"
เวรกรรม...ชายหนุ่มผมดำแทบจะเอาหัวตัวเองไปโขกกำแพงให้รู้แล้วรู้รอด ว่าทำไมเขาถึงได้ยังเป็นเพื่อนอยู่กับไอ้บ้าสองคนนั่นที่คำว่าไม่มีสมองยังน้อยไป
"หมายความว่ายังไงครับ ยามาชิตะคุง เกี่ยวข้องกับการที่จินต้องออกจากคัตตุนหรือครับ" ใบหน้าสีน้ำผึ้งหันขวับ เพราะพึ่งจะมาเอะใจว่ามีอีกคนอยู่ในห้อง ตั้งแต่เมื่อไร....
"ใช่" น้ำเสียงต่ำดูพอใจขึ้นมาระดับนึง อย่างน้อยก็ยังมีคนปกติธรรมดาที่รู้จักกริยามารยาทให้บริษัท ก่อนจะเริ่มอธิบายเสียงเครียด
"มีบุคคลนิรนาม ส่งวีดีโอเทปมาให้ฉัน พร้อมกับคำขู่ว่าจะเผยแพร่มันออกสื่อ หากทางเราไม่ระงับทุกงานของอคานิชิคุง กับยามาชิตะคุง"
ร่างที่ยืนอยู่ทั้งสองแทบจะแข็งค้าง
วะ..ว่าไงนะ!!!!
"วีดีโออะไร" เรียวที่ดูเหมือนจะเรียกสติตัวเองกลับมาได้ก่อนถามขึ้น
"ผู้หญิง" สั้นๆ ง่ายๆ ได้ใจความ และเพิ่มปัญหาให้พินแบบไม่ต้องสงสัย เมื่อไอ้เพื่อนร่วมวงที่ยืนนิ่งอยู่ตรงนี้มีเรื่องจะสะสางชนิดสามวันยังไม่จบ
มือกร้านกุมหลวมๆไว้บนโต๊ะ พลางเอนหลังพิงเบาะหนังช้าๆ นัยน์ตาของคนที่นั่งอยู่เปลี่ยนสลับมองเด็กทั้งคู่อย่างกังวลเล็กๆ จะว่าเชื่อใจสองคนนี้มันก็เชื่อ แต่ภาระนี้จะเกินรับรึเปล่านะ
"เอาละหัวหน้า"
"หัวหน้า!/หัวหน้า?" เสียงสองเสียงที่ประสานขึ้นมาพร้อมกัน เสียงหนึ่งตกใจสุดขีด ในขณะที่อีกเสียงดูออกจะยอมรับกลายๆ
"พวกเธอเห็นอคานิชิกับยามาชิตะในห้องนี้มั้ย" คำย้อนถามราวกับจะแดกดัน
นั่นยิ่งทำให้เรียวอารมณ์พุ่งปรี๊ดขึ้นไปอีก เพราะนี่มันบ้าชัดๆ จะให้เขาเป็นหัวหน้าวงสองวงเนี่ยนะ แค่ทำงานอย่างเดียวก็เหนื่อยสายตัวแทบขาด แล้วอีแบบนี้เขาไม่ตายเลยเรอะ นัยน์ตาสีดำสนิทเหลือบมองคนข้างๆเล็กน้อย แต่เมื่อเห็นว่าร่างเล็กไม่ได้แสดงอาการอะไรออกมาเรียวเลยกัดปากกลืนคำพูดลงคอไปอย่างรวดเร็ว ขนาดองค์หญิงยังไม่บ่น จะให้เขาบ่นได้ไงละ
แต่ที่บอสวงคันจานิไม่รู้คือไอ้อาการนิ่งๆขององค์หญิงนะ เป็นแค่หน้ากากที่สวมอยู่ต่างหาก เพราะความจริงแล้วข้างในมันปั่นป่วนแค่ไหนทำไมทัตสึยะจะไม่รู้
ทว่ามาดที่ฉาบอยู่ของทั้งคู่จะทลายออกเป็นเสี่ยงๆ เมื่อรอยยิ้มกริ่มผุดขึ้นที่ริมฝีปากของเจ้าของบริษัท
จอห์นนี่ คิตากาว่ายิ้มแบบนี้ทีไร ไม่เห็นมีเรื่องดีตามมาสักครั้ง
"จริงสิ อีกอย่างพวกเธอสองคนกำลังจะมีละคร"
"ว่าไงนะ!!!" ระดับเดซิเบลขั้นทำลายล้างเป็นตัวแทนอย่างดีแก่ความผันแปรอารมณ์ของหนุ่มนัยน์ตาเศร้า ชนิดที่ถ้าเป็นปกติทัตสึยะคงหาอะไรเหมาะมือไปขว้างใส่ซะสองสามที แต่ตอนนี้ร่างบางกลับอยากจะตะโกนซ้อนทับไปอีกคน
อุตส่าห์เตรียมตัวจะรับคำด่า แต่ไหงกลายเป็นแบบนี้ไปซะได้
"ฉันต้องการให้คัตตุนกับนิวส์พีคอีกครั้ง แฟนๆพวกเธออยากได้แฟนเซอร์วิส ลืมโชคุระไปแล้วรึยังไง" คำว่าแฟนเซอร์วิส กับโชคุระ เอ็คโค่ซ้ำกันในหัวของทั้งคู่หยั่งกับแผ่นเสียงตกร่อง
ก็ไอ้เซอร์วิสปนสคริปเมื่อเจ็ดปีก่อนนะ ทำให้แฟนๆตีตราหน้านิชิกิโดว่าเป็นเอส อุเอดะว่าเป็นเอ็มไปเสียหมดแล้ว ขนาดออกมาบอกทีหลังว่าเป็นสคริปยังมีคนไม่เชื่อไปกว่าค่อน แล้วครานี้มันจะเป็นยังไงวะ
จอห์นนี่ซังนั่งมองคู่รักเอสเอ็มจำเป็นที่ทำหน้าเหมือนแบกโลกทั้งโลกไว้อย่านึกขัน ครั้งที่แล้วเค้าปล่อยผ่านไปเพราะเห็นว่ายังเด็กกันอยู่ แต่โตขนาดนี้แล้วก็น่าจะแฟนเซอร์วิสได้เต็มที่แล้วหนิ ก็ขนาดอคานิชิกับคาเมะนาชิที่เป็นผู้ชายแท้ๆทั้งคู่ยังทำให้ดูเหมือนเป็นคู่เกย์ได้เลย แล้วกับสองคนนี่ที่เค้าไม่ค่อยแน่ใจกับอัตราความต้องการผู้หญิงในตัวมากเท่าไรยิ่งน่าจะทำได้ง่ายไม่ใช่รึ
รอยยิ้มนั่นกว้างขึ้นไปอีก
ผู้มีอิทธิพลเหนือสุดส่งสีหน้าที่แปลได้ว่า ถ้าพวกนายรักชีวิตก็อย่าทำให้แผนการอันเลิศเลอเพอร์เฟคของฉันล้มเหลวเด็ดขาด ไม่งั้นท้้ังคัตตุนทั้งนิวส์พาลจะไม่เห็นเดือนเห็นตะวันกันทั้งคู่
แล้วอีแบบนี้ ใครจะกล้าปฏิเสธได้เล่า
........................................................................................................
ร่างโปร่งถอนหายใจยาวอีกครั้ง นับเป็นครั้งที่ห้าหลังจากเดินออกมาจากห้องแห่งความตายได้เพียงแค่สิบกว่าก้าว คิดแล้วก็พ่นอากาศออกมาจากปอดอีกสักรอบ ซึ่งคงจะได้มีรอบเจ็ดแน่ๆ ถ้าคนที่เดินมาด้วยกันไม่ขัดขึ้นซะก่อน
"ทัตสึยะ มันไม่ได้แย่ขนาดนั้นหรอกน่า" น้ำเสียงทุ้มติิดจะเจือหัวเราะ อาจเป็นเพราะเรียวค่อนข้างจะปลงกับการที่โชคไม่ค่อยจะเข้าข้างแล้วละมั้ง
นัยน์ตารูปเมล็ดอัลมอนล์เหลือบขึ้นมองเพดานอย่างเซงๆ
"คนจะเข้าใจผิดอีกนะสิ" ใช่แล้วละ เมื่อเจ็ดปีก่อนก็ทีนึงแล้ว เค้าก็เข้าใจนะว่ามันเป็นการแสดง แต่คิดทีไรก็อดหงุดหงิดไม่ได้สักที ทั้งไอ้เรื่องที่แฟนๆชอบจับคู่ใครต่อใคร แล้วยังเรื่องที่มาหาว่าเค้าเป็นเอ็มอีก ก็จะให้ทำยังไงละ ในสคริปมันบอกว่าอย่าตอบโต้นี่น่า นี่ถ้าไม่ใช่ว่าสายตามหันตภัยของผู้ชายที่ชื่อคิตากาว่าจ้องเขม็งผ่านหน้าจอแสดงผลหลังเวทีละก็ เค้าคงจะแหกคำสั่งตอกอะไรกลับไปบ้างแล้ว
คิดไปก็เป็นความผิดตาแก่นั่นๆแหละ ที่ไม่รู้จะให้พวกเรามาทำท่าจิ๊จ๊ะรักนะใส่กันทำไม ทั้งๆที่ในความเป็นจริงนะ จิมุโชมีพวกชายรักชายเพียงแค่ 30% เท่านั้นเอง พวกส่วนมากอย่างพวกเขานะ เป็นผู้ชายธรรมดา ให้มาทำอะไรแบบนี้ไม่ว่าจะทำมาจนจะเคยชินมันก็ยังอดรู้สึก แปลกๆแปล๊บๆไปได้อยู่ดีละน่า
"รู้แล้วน่าเรียว อย่างน้อยก็ยังเป็นนาย ถ้าให้ฉันไปวายกับยามาชิตะ ฉันคงปรับสมองตัวเองให้ช้าลงตามหมอนั่นไม่ไหวแน่" ฝ่ามือหนาผลักศีรษะทุยไปข้างหน้าอย่างเคืองๆ แต่ก็พอรู้ว่าแค่แกล้งเล่นเท่านั้น
"ยามาชิตะนะ เพื่อนสนิทฉันนะ ฮิเมะ" ชื่อเล่นเจ้าประจำที่โผล่มาไม่เคยขาดทำให้หน้าสวยบูดเป็นนมเปรี้ยวแช่ข้ามคืนกันทีเดียว ก่อนมือเล็กๆ จะพลั่กร่างที่สูงกว่าตัวเองเพียงนิดอย่างไม่ค่อยเบามือ
นั่นสินะ อีกอย่างที่คนเข้าใจผิดสุดๆคือเรื่องระหว่างเขาสองคน ทั้งทัตสึยะ ทั้งเรียวไม่ได้เกลียดกันตามที่จะเป็นอย่างใด แล้วก็ไม่ได้เป็นแค่เพื่อนร่วมงานที่ดันเป็นเพื่อนกับไอ้จินเหมือนกันซะด้วย จะว่าไปตัวเค้าเองรู้จักเรียวมาก่อนจินเสียอีก เพราะตอนที่เค้าเข้าจอห์นนี่มา เรียวก็ทำงานอยู่ข้างหน้าแล้ว
ถ้าไม่ใช้เพราะไอ้สคริปบ้าๆ นั่น พวกเขาคงไม่ต้องมานั่งหลบนั่งซ่อนคุยกันเวลากล้องไม่จับหรอก ความคิดของแฟนๆ นี่มันชั่งยากจะหยั่งถึงยิ่งนัก อีตาแก่นั่นก็อีกคน ตั้งนานก็ไม่ทำ ดันจะมาจับคู่เค้าสองคนตอนนี้เนี่ยนะ ฉันละไม่เข้าใจสติปัญญาของผู้บริหารคนนี้เลยจริงๆ
........................................................................................................
นั่นแหละที่เป็นสาเหตุหลักว่าทำไมตอนนี้หัวหน้าวงคัตตุนถึงได้ถูกโซฟาสีแดงในห้องน่ังเล่นของนิชิกิโด เรียวดูดวิญญาณไปทีละนิดทีละนิด เพราะเปลือกตาอันหนักอึ้งของเค้ากำลังจะปิดลงอยู่ร่อมร่อ ถ้าไม่ติดที่ว่าก้อนกระดาษกลมๆพุ่งตรงมายังหน้าหวานๆเสียเต็มแรง
"ไอ้เรียว!" เสียงคนผู้โดนประทุษร้ายต่อว่า แต่คนประทุษร้ายกลับยื่นมือมาตบหัวทุยๆอีกสักรอบ
"ตื่นๆ มานั่งสับพงกแบบนี้จะจำบทได้มั้ยเล่าหรือว่าองค์หญิงไม่คุ้นชินกับห้องเล็ก จะย้ายไปห้ององค์หญิงดีมั้ยพะยะค่ะ" คำกัดแซมแหน็บแนมประจำตัวไม่ได้ทำให้คนที่จะซุกตัวลงใต้ผ้าห่มที่เค้าขโมยมาจากห้องนอนของเจ้าของบ้านสะทกสะท้านสักนิด
ร่างบางยังคงจมตัวเองลงกับโซฟานุ่มๆ อย่างไม่สนใจเสียงค้านโวยของเพื่อน แถมยังจะเอาขาตัวเองไปพาดบนหน้าตักอีกฝ่ายอีกแหนะ
เรียวส่ายหัวอย่างจนปัญญา ก็ที่ได้ฉายาฮิเมะ ไม่ใช่เพราะเอาแต่ใจตัวเองแบบนี้รึไง
คิดแล้วก็มองคนที่เริ่มจะผล่อยหลับไปอย่างไม่สนใจอะไรทั้งสิ้นพักนึงก่อนจะหันมาจับจ้องยังกระดาษปึกหนาในมืออีกครั้ง ให้ตายสิ ร้อยวันพันปีเค้าไม่เคยได้บทแฮปปี้ดีๆ ในดราม่าสักที จะมาได้ก็เอาอีตอนที่เพื่อนสนิทสองคนมีปัญหาเนี่ยนะ
รึความซวยของไอ้จินกับพีจะเป็นส่วนช่วยให้การเสริมดวงให้นิชิกิโดคนนี้กัน
จะว่าแล้วก็ดูบทแปลกประหลาดนี่อีกที คิระ คิริยะ คุณชายจากครอบครัวร่ำรวย ที่ดูภายนอกแสนจะเย็นชาแต่ความจริงแล้วเป็นคนอ่อนโยน มีหน้าที่ (ที่ตัวเองตั้งขึ้นเอง) ดูแลเพื่อนสนิท อาโออิ ยูริ ไม่ให้ถูกโลกอันโหดร้ายล่อล่วงไปในทางที่ผิด และดำเนินชีวิตอันวุ่นวายผ่านการจบไฮสคูล พลางรักษาโลกกลัวผู้หญิงให้หาย
จริงจังนะเนี่ย ใครเป็นคนเลือกเค้าเป็นคนแสดงบทนี้วะ
สายตาหลุบลงไปมองเจ้าของเท้าที่ยึดตักเค้าเป็นที่พักพึง ทัตสึยะมันขาว หน้าเด็ก ผิวพรรณอะไรอย่างนี้ก็ดีไปหมด จะให้เล่นเป็นเด็กไฮศคูลคงไม่ยาก แต่เค้านี่สิ ไอ้หน้าตาที่มีคำว่าโทรมประดับอยู่ราวกับเป็นกาฝากนี่มันจะเป็นยังไงฟร่ะ
อายุก็จะปาไปยี่สิบหกยี่สิบเจ็ดกันทั้งคู่ จะให้มานั่งแอ๊บแบ๊วเป็นเด็กสิบแปดมันจะไปรอดได้ยังไงเล่า!!!
อย่างกับไม่รู้ว่าจะไปลงที่ไหนมือหนาจึงดึงเศษกระดาษที่วางอยู่เกลื่อนกลาดมาม้วนเป็นก้อนกลมๆอีกสักลูก ก่อนจะปาอย่างไม่ปราณีปราศัยลงบนร่างที่หลับตาพริ้ม และได้ผลทันทีเมื่อไอ้คนที่นอนอยู่นะมันก็หลับไม่ลึกอยู่เป็นทุนเดิม มาเจอการปลุกแบบพิศดารแบบนี้ยิ่งทำให้ตื่นง่ายขึ้นเป็นสองเท่า
ดวงตาหวานค้อนขวับอย่างจัง พลางหยิบไอ้ก้อนกลมเจ้าปัญหาไว้ในมือ
"ปลุกดีๆไม่ได้รึไง" มือเล็กขว้างอาวุธที่อยู่ในฝ่ามือหวังจะเอาคืน แต่เจ้าของม้วนกระดาษกลับรับได้อย่างทันท่วงที แถมยังมาฉีกยิ้มเพิ่มรอยเหี่ยวรอบหน้าให้หมั้นไส้เข้าไปอีก
"ช้าไปร้อยกว่าปี.....น้องสาว" เท่านั้นแหละ คนที่ได้ชื่อว่าอารมณ์ร้อนอยู่แล้วในคัตตุนก็กระโจนเข้าคลุกวงในกับเพื่อนหัวดำทันที
ร่างที่เล็กกว่าคร่อมอยู่ข้างบน มือขาวๆ พยายามจะบีบคอคนข้างล่างให้สำลักให้ได้ แต่ก็ทำไม่ได้ง่ายๆ เพราะเข่าแหลมๆที่ทิ่มมาไม่รู้จักหยุดจักหย่อนจะทำเอาจุกแทน
"ฉันอายุมากกว่านายนะเฟ้ย แล้วใครน้องสาววะ!!!" คำกล่าวครหาดังลั่น หากแทนที่คนที่ถูกโจมตีจะโมโห อีกฝ่ายกับหัวเราะร่วนเสียอย่างนั้น
เรียวมองร่างที่ขยับไปมาอย่างนึกขัน ถึงจะชกมวยก็เถอะ แรงนายก็ไม่ได้มีมากเท่าที่มันควรจะเป็นสักนิด หรืออาจเป็นเพราะเขาแรงเยอะเอง แต่ยังไงก็แล้วแต่ ยอมให้ทำร้ายมาจนน่าจะพอใจแล้วมั้ง
มือที่พยุงหัวไหล่คนที่อยู่ข้างบนเมื่อครู่ เลื่อนลงมาจับที่แขนเรียวก่อนจะกระชากอย่างแรงชนิดคนที่นึกว่าได้เปรียบอยู่สมองประมวลการกระทำไม่ทัน ทำให้ทััตสึยะตัวแข็งทื่อเมื่อถูกหัวหน้าวงนิวส์เหวี่ยงลงไปกับพรมข้างโซฟาอย่างเฉียบพลัน
"โอ๊ย!" แน่ละสิ มันต้องเจ็บอยู่แล้วนี่ เมื่อพรมมันก็ไม่ได้หนามากมายขนาดกันกระแทกพื้นไม้แข็งๆได้ แต่เรื่องนั้นไม่ได้น่ากังวลเท่าตำแหน่งที่ถูกสลับเปลี่ยนเมื่อครู่
"ไงทัตจัง" น้ำเสียงหวานหยดเยิ้มน่าโดนต่อยไปสักทีสองทีนั่นมีเจ้าของได้เพียงแค่คนเดียว และก็เป็นคนเดียวที่กำลังส่งรอยยิ้มเยาะแบบต้นฉบับมาให้คนที่ถูกกดทับอยู่ข้างล่างอย่างไม่กลัวเสียดายของ
แพ้มันอีกแล้วเหรอเนี่ย
ถ้าจะให้เล่าถึงอดีตอันยาวนานในเวลานี้คงไม่เหมาะแก่ความอดทนอันน้อยนิด และร่างกายอันบอบช้ำนี่สักเท่าไร แต่เท่าที่จำความได้อุเอดะ ทัตสึยะคนนี้ไม่เคยชนะ นิชิกิโด เรียวเลยแม้สักครั้ง คิดดูแล้วกัน ขนาดเป็นสคริปเค้ายังต้องแพ้เลย คิดแล้วมันน่าโมโหชะมัด
"ไม่ต้องมาไงทัตจังเลย นายหัดทนุทนอมเพื่อนตัวเองบ้างไม่ได้รึไงเล่า เจ็บนะเนี่ย" คิ้วโก่งขมวดกันจนเป็นโบ พร้อมๆกับส่งสายตาอาฆาตให้เป็นระยะๆ
ทำให้อีกคนรู้สึกผิดเล็กๆ
"เจ็บมั้ย" คำถามสั้นๆ แต่ก็ยังกวนประสาทคนเจ็บอยู่ดี ถามมาได้ไงฟร่ะ โดนเหวี่ยงลงกับพื้นจะให้รู้สึกนุ่มนวนรึไงเล่า!!!
"ไม่เจ็บมั้ง หรือว่านายโดนจินแพร่เชื้อใส่ทำให้สมองนายไม่ทำงานนะหา!!!"
แต่ฉันว่าคนที่โดนแพร่เชื้อใส่น่าจะเป็นนายมากกว่านะทัตสึยะ เพราะถ้าไม่ติดเชื้อฉันจะเอาอะไรมาปากร้ายได้ขนาดนี้
"นายต่างหากที่ติดเชื้อฉัน ฉายาฮิเมะก็เหมาะอยู่แล้ว อย่ามาแย่งตราทำมาหากินกันสิ" นิ้วเรียวบีบเข้าที่สันจมูกพอเป็นพิธี เรียกเสียโวยวายจากหัวหน้าคัตตุนได้อยู่มากโข นิชิกิโดเลยพอใจลุกขึ้นมาอย่างไม่มีบอกไม่มีกล่าว ทิ้งให้คนที่นอนกองอยู่ข้างล่างอยากจะถีบส่งมันสักทีนึง
และความอยากคงไม่เพียงพอจึงต้องดำเนินการจริงๆ เมื่อขาขวาพุ่งออกไปหมายจะถีบไอ้คนที่ยืนยิ้มแฉ่ง ทว่าไอ้คู่ต่อสู้เนี่ยมิใช่คนที่รับมือด้วยได้ง่าย เพราะมือหนาจับข้อเท้าเล็กไว้แน่น แต่ที่เรียวไม่ได้คิดคือ องค์หญิงท่านจะฉุนขาดแล้วขยับเท้าไปมาอย่างรุนแรงหวังจะหลุดออกจากอุ้มมือมารให้พ้น
ก็เพราะไม่ได้คิดนี่แหละ ร่างที่สูงกว่าจึงถูกแรงเหวี่ยงไปมาของคนผมน้ำตาลจนเสียหลักล้มทับไอ้คนที่นอนดิ้นอยู่ข้างล่างไปอีกสักที
แต่ที่ทั้งสองไม่รู้คือประตูบ้านที่เปิดออกกว้างตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่รู้ และร่างหนาอวบของเพื่อนของทั้งสองคู่กรณีที่ยืนอ้าปากค้าง มารู้อีกทีก็เมื่อได้ยิ้นเสียงอะไรบางอย่างตกกระทบพื้นอย่างแรง
นัยน์ตาสองคู่หันไปยังต้นเสียงแทบจะพร้อมกัน โดยไม่ได้สนใจสักนิดว่าไอ้ท่าที่พวกเขาอยู่นี่มันน่าเข้าใจผิดแค่ไหน
และภาพที่ได้เห็นคืออคานิชิ จิน ตัวเป็นๆ ยืนแข็งค้าง กับถุงพลาสติกที่ทิ้งอยู่กับพื้นพร้อมกับกระป๋องโค้กซีโร่สามกระป๋องกลิ้งขลุกๆ ไปตามพื้นคอนโด
หืม?
"จิน?" เรียวมีเวลาพูดได้แค่นั้นเพราะมารู้อีกทีเพื่อนตัวสูงก็กรีดร้องเสียงหลง นิ้วหนาๆชี้มาที่พวกเขาราวกับเจออะไรแปลกประหลาด
"อ๊ากกก!!! ทัตจัง เรียวจัง นายสองคนทำอะไรกันเนี่ย!!" ร่างสองร่างบนพื้นมองคนพูดอย่างมึนๆ ก่อนอะไรบางอย่างจะสกิดต่อมความเข้าใจเล็กน้อย ทำให้ทั้งสองชีวิตหันมามองหน้ากัน และนั่นเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ ไม่ควรทำเลยจริงๆ เมื่อริมฝีปากทั้งคู่อยู่ห่างกันเพียงคืบ ลมหายใจร้อนรดใบหน้าอย่างไม่ได้นัดหมาย จมูกโด่งชนเข้ากับสันจมูกรั้นอย่างจัง และคนที่ไปกวนประสาทเค้้าอยู่เมื่อครู่กลับพบว่าตัวเองเบือนหน้าหนีดวงหน้าหวานไม่ลง
สวย
นิชิกิโด เรียวเบิกตากว้างก่อนจะรีบยกมือดันพื้น และแทบจะกระโดดขึ้นมายืนในทันที ต้องเป็นเพราะเค้าไม่ได้คบใครมานานเกินไปแน่ๆ ถึงได้ไปคิดอะไรแบบนั้นกับเพื่อนตัวเอง
เหมือนกับจะเตือนไม่ให้ลืมว่ายังมีหัวหลักหัวตออีกคนยืนอยู่ในห้อง จินจึงโชว์เอ๋อสดุดกระป๋องโคกซีโร่ที่ตัวเองซื้อมาแล้วลงไปนั่งก้นจ้ำเบ้าอยู่กับพื้น โดยไม่ลืมที่จะอ้าปากค้างไว้อย่างกับรอกินแมลงผู้โชคร้ายอย่างไงอย่างงั้น
ทัตสึยะมองไปทางจินทีทางเรียวทีอย่างไม่ค่อยเข้าใจ แต่พอนึกได้ว่าบุคคลที่มาใหม่เป็นบุคคลเดียวกันกับคนที่หายหัวไปทั้งอาทิตย์ แถมมารู้อีกทีมันก็เด้งตัวเองออกจากวงเรียบร้อยแล้ว
"อคานิชิ!!!"
"ทัตสึยะ!!!" มือกร้านดึงคอเสื้อคนที่จะวิ่งร่นเข้าไปหาแขกผู้ไม่ได้รับเชิญอย่างทันท่วงที ทำให้ร่างบางเสียหลักเข้าไปในอ้อมกอดของเรียวโดยปริยาย และนั่นทำให้จินร้องดังขึ้นไปอีก
เสียงร้องอันแหลมปรี้ดชนิดที่ทำกระจกแตกเอาได้ง่ายๆ กำลังจะทำให้คนที่มีความอดทนต่อสิ่งน่ารำคาญต่ำอย่างชายจากโอซาก้า น็อตหลุดเอาได้ง่ายๆ
"ไอ้จินเงียบ!!!" คำสั่งฟ้ากัมปนาทได้ผลอย่างไม่ต้องสงสัย เมื่อริมฝีปากบางหุบฉับ
"แก....คิดว่าทำอะไรอยู่ห๋า ถึงได้อยู่ดีๆก็เดินเข้าบ้านคนอื่นที่เค้าล็อคประตูอยู่โดยไม่คิดจะเคาะสักนิด เซลล์สมองแกมันถูกบั่นทอนลงไปรึไงถึงได้ไม่เข้าใจอะไรง่ายๆ กับแค่มารยาทในสังคมของมนุษย์ปุถุชนที่เค้าทำกันเป็นเรื่องธรรมดาเนี่ย!!!!" วงแขนที่โอบเพื่อนอยู่เหวี่ยงคนตัวเล็กลงกับโซฟาอย่างเบามือก่อนจะเดินดุ่มๆ เข้าไปหาเพื่อนสนิทตัวเองที่อยากจะลดขั้นมันให้กลายเป็นกระสอบทรายอยู่เนืองๆ
"ไม่ต้องพูดเลยนะจิน มันไม่ใช่อย่างที่แกคิดเว้ย ช่วยฉลาดขึ้นสักสองสามนาทีเพื่อเพื่อนหน่อยเถอะ" ถึงจะขอไปแบบนั้นแต่ก็รู้ว่ามันทำกันไม่ได้ง่ายๆ เรียวจึงยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือโดยการตบกระโหลกหนาๆ ไปสักหนึ่งที เผื่อความคิดอันสร้างสรรค์จะบังเกิดแกมันบ้าง
ทัตสึยะนั่งมองภาพตรงหน้าอย่างปลงตก พยายามจะไม่คิดถึง ลมหายใจร้อนๆ ที่ยังคงรู้สึกได้ หรือจะวงแขนแข็งแรงที่พยุงเค้าไว้เมื่อครู่ หากแต่เลือกจะอยู่กับความเป็นจริงที่น่าจะเลวร้ายน้อยที่สุดแทน ก็แน่ละนะเค้าต้องเมาแน่ๆตอนตกลงเป็นเพื่อนกับพวกมัน
ให้ตายเหอะ!! ใครไปติดสินบนพระเจ้าให้ลงโทษเค้าในวันนี้กัน
........................................................................................................
Author's note : ไม่ได้เป็นเรื่องแรกที่แต่งนะ แต่เป็นครั้งแรกที่แต่งเรียวดะละ เห็นฟิคที่เริ่มจากสองคนนี้เป็นศัตรูกันเยอะแล้ว เลยอยากลองเปลี่ยนให้มันเป็นเพื่อนกันดูบ้าง ก็เค้าบอกว่าโชคุระมันสคริปนี่นา
edit @ 4 Sep 2010 23:32:04 by
Tags: fic, kat tun, news, ryo nishikido, ryoda, ueda tatsuya, คัตตุน, ทัตสึยะ, นิชิกิโด, นิวส์5 Comments

น้องเธียร์บังเอิญพี่มาเดินเล่นนนน
มาเจอฟิคคคคคคคคคคคคคคคคคคค
ชอบ ๆ ๆ ๆ เรียวดะ ๆ ๆ ๆ
เอาไปลงบอร์ดด้วยได้ไหมอ่ะ บอร์ดจะร้างแล้ว 555+
ช่วงนี้พี่ยุ่งทั้งงาน ทั้งเรื่องขอวีซ่าไปดูโซโล่ทัตจังอ่ะ
เลยดองฟิคซะหลายเรื่อง......
จริง ๆ แล้ว เค้าเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันนะ
เพื่อนพี่เค้าเคยเล่าว่า เคยมีคนเห็นทัตจังไปซื้อของกับจิน
ขากลับจินไปกับอีกคนแต่เรียวกลับกับทัตจัง แถมช่วยหิ้วของที่ซื้อด้วยนะ
อันนี้ก็แล้วแต่จะเชื่อไม่เชื่อ แต่เค้าพูดในทำนองว่า
ไม่ได้เกลียดกัน
แต่ฟิคนะ.....
เรียวดะพี่ชอบหมด อิอิ
แถมมาแบบออกแนวไม่กัดกันก่อนด้วย
แถมมีกวนโมโหแบบน่ารัก ๆ อีก
วุ้ย ๆ ๆ ๆ เขินแทน รออ่านนะจ๊ะน้องเธียร์ สู้ ๆ น้า
#1 By AiYuki_paewkawaii on 2010-09-06 12:54