Recommend

    :: เรียว + มะพี + ทัตจัง = ? ::

    posted on 12 Sep 2010 01:39 by veneer  in KAT-TUN, NewS

     

    (โปสเตอร์ลวกๆ ฉบับ 5 นาที)

     

    มันสืบเนื่องมาจาก Wink Up message board 3 เดือนล่าสุด ที่มะพีเขียนถึงเอ้เกี่ยวกับ คุณแม่และน้องหมา?! จนไปๆ มาๆ เดือนล่าสุดเฮียแกชวนทัตจังไปจูงน้องหมาเดินเล่นด้วยกันซะงั้น (พีจะเล่นบทเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดเรอะ) 

    Massages ที่ว่า

     

    Yamashita Tomohisa

    To: Ueda (Tatsuya)

    ทำไมหล่ะ? เหมือนว่าแม่นายกับแม่ฉันจะพาน้องหมาไปเดินเล่นด้วยกันละ นายคิดยังไงเกี่ยวกับเรื่องนี้?

     

    Ueda Tatsuya

    To: Yamashita (Tomohisa) kun

    ขอโทษนะ ขอโทษนะ ขอโทษนะ ขอโทษนะ

     

    Yamashita Tomohisa

    To: Ueda (Tatsuya) kun

    งั้น....พวกเราพาน้องหมาไปเดินเล่นกันบ้างมั้ย?

     

    เฮียพี ต้องการอะไรจากเอ้ค่ะ (ฮา) ล้อเล่นนะ ล้อเล่น ดีใจที่ NewS กับ KAT-TUN เป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน แต่แอบฮานิดนึงเถอะ พีจะทำตามคุณแม่ว่างั้น (รึแกเข้าทางแม่)

     

    แต่พีกับทัตจังนี่แหย่กันมาแต่เด็กแล้วนี่

    แต่พีจะพลักเอ้แรงไปมั้ย (กระเด็นเลยทีเดียว)

     

    ทัตจังน่ารัก

    ยังไม่สวย แต่น่ารักเนอะ

     

    มีแต่ Pida ได้ยังไง ต้องมี Ryoda ด้วยใช่มั้ย (เดี่ยวผิดลัทธิ)

    ทัตจังคือคนที่ยกมือข้ามหัวเรียวนั่นเอง สมัยก่อนความสูงต่างกันขนาดนั้น

     

    เค้าเต้นข้างกัน แบบเยื้องหน้า เยื้องหลัง (ก็เรียวมันเตี้ย)

    มองออกกันมั้ยนะ ^ ^"

     

    สองคนดีเดินผ่านกันดีๆ ไม่ได้ มันต้องเบียดกันใช่มั้ย

    โดนพีพลัก โดนเรียวเบียด (ชีวิตเอ้)

     

    ปิดท้ายด้วยโจษท์ทั้งสอง

    หล่อคู่นะนั่น

     

    P.S. 1: จะรอคำตอบเอ้ ว่าจะไป หรือไม่ไป จูงหมากับโทโมะคุง (เรียวจะไม่พูดอะไรหน่อยรึ)

    P.S. 2: เผื่อจะมีคนอยากได้ โปสเตอร์ข้างบน Load ได้ตรงนี้ RYODAPI

    P.S. 3: มันน่าเอายามะพีมาเป็นมือที่สามจริงๆ

     

     

     

    Fiction : Crumble Violet : Chapter 2

    posted on 07 Sep 2010 18:42 by veneer  in Ryoda
     
     
     
     

    Title : Crumble Violet
    Pairing : Ryoda (Nishikido Ryo/ Ueda Tatsuya)
    Genre : Romance
    Rating : PG - 13
    Disclaimer : มันมีเหตุผลที่บริษัทชื่อ Johnny Entertainment นะ 
    Summary : จิน + ยามะพี + ผู้หญิง = ทัตสึยะ + เรียว + ปัญหา (มันออกมาเป็นสมการแบบนี้จริงๆ)  
     

     

     
    Chapter 2 : In the mist of it all
     
    "แก....คิดว่าทำอะไรอยู่ห๋า ถึงได้อยู่ดีๆก็เดินเข้าบ้านคนอื่นที่เค้าล็อคประตูอยู่โดยไม่คิดจะเคาะสักนิด เซลล์สมองแกมันถูกบั่นทอนลงไปรึไงถึงได้ไม่เข้าใจอะไรง่ายๆ กับแค่มารยาทในสังคมของมนุษย์ปุถุชนที่เค้าทำกันเป็นเรื่องธรรมดาเนี่ย!!!!" วงแขนที่โอบเพื่อนอยู่เหวี่ยงคนตัวเล็กลงกับโซฟาอย่างเบามือก่อนจะเดินดุ่มๆ เข้าไปหาเพื่อนสนิทตัวเองที่อยากจะลดขั้นมันให้กลายเป็นกระสอบทรายอยู่เนืองๆ
     
    "ไม่ต้องพูดเลยนะจิน มันไม่ใช่อย่างที่แกคิดเว้ย ช่วยฉลาดขึ้นสักสองสามนาทีเพื่อเพื่อนหน่อยเถอะ" ถึงจะขอไปแบบนั้นแต่ก็รู้ว่ามันทำกันไม่ได้ง่ายๆ เรียวจึงยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือโดยการตบกระโหลกหนาๆ ไปสักหนึ่งที เผื่อความคิดอันสร้างสรรค์จะบังเกิดแกมันบ้าง
     
    ทัตสึยะนั่งมองภาพตรงหน้าอย่างปลงตก พยายามจะไม่คิดถึง ลมหายใจร้อนๆ ที่ยังคงรู้สึกได้ หรือจะวงแขนแข็งแรงที่พยุงเค้าไว้เมื่อครู่ หากแต่เลือกจะอยู่กับความเป็นจริงที่น่าจะเลวร้ายน้อยที่สุดแทน ก็แน่ละนะเค้าต้องเมาแน่ๆตอนตกลงเป็นเพื่อนกับพวกมัน
     
    ให้ตายเหอะ!! ใครไปติดสินบนพระเจ้าให้ลงโทษเค้าในวันนี้กัน
     
     
    ........................................................................................................
     
     
    "อ๋อ....พวกนายสองคนเลยขึ้นเป็นหัวหน้าสินะ" เสียงที่ดูไม่ทุกไม่ร้อน แถมยังจะมีความสุขเกินเหตุทำให้คิ้วของคนสองคนที่นั่งอยู่บนโซฟากระตุกกึกๆ
     
      "ไอ้จิน ตกลงว่ามันเกิดอะไรขึ้น" แล้วอาจจะเพราะว่าการกระทำนั้นไปสะดุดอารมณ์ที่ยังคงคุกรุ่นของเจ้าของหน้าโหดๆ ที่ดูเหมือนจะปะทุมากขึ้นเมื่อคนตรงหน้าทำเป็นไม่ทุกข์ไม่ร้อนอะไรสักอย่าง
     
      ทั้งๆที่ปัญหามันไม่ใช่เล็กๆนะเนี่ย
     
      แต่ก่อนที่จินจะได้ตอบอะไร ประตูที่ทัตสึยะพึ่งจะเดินไปปิดก็กระแทกเปิดปัง! ตามแรงเหวี่ยงอีกครั้ง พร้อมๆกับใบหน้าของจำเลยอีกคนที่มองเข้ามาอย่างงงๆ 
     
      "เอ๋? อยู่กันครบเลยเหรอ" ร่างสูงเจ้าของตำแหน่งหัวหน้าวงที่ตอนนี้ถูกดีดกระเด็ดออกจากเก้าอี้ฉีกยิ้มบานแฉ่ง มือซ้ายยกถุงกระดาษแบบญี่ปุ่นขึ้นระดับสายตา
     
      "นายลืมซูชินะจิน" นัยน์ตาของคนที่นั่งอยู่ที่พื้นแทบจะลุกวาว ร่างหนารีบกระดึ๊บๆ ไปหาอาหารตรงหน้าอย่างรวดเร็ว
     
      แต่ก็ไม่พ้นสามคืบเมื่อฝ่าพระบาทของบุรุษอีกคนที่ไม่รู้ว่าลุกขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไรเหยียบชายเสื้อไว้มั่น
     
      "ไม่ต้องไป" จินแทบจะหัวใจวายเมื่อหันกลับมามองหน้าคนพูด แหม ก็ท่านนิชิกิโดนะสิ โดนวิญญาณโซสึเกะคุงสิงรึไง ทำหน้าน่ากลัวซะขนาดนี้
     
      "แต่เรียวจัง" แม้จะส่งสายตาบริ๊งๆไป แรงกดทับก็ไม่มีทีท่าว่าจะน้อยลงเลย 
     
      "เรียว" เพื่อนอีกคนคิดจะปราม แต่จะเข้าไปห้ามก็ไม่กล้า ห่วงจินก็ห่วงแต่ห่วงชีวิตตัวเองมากกว่านะสิ
     
      "นายเงียบไปเลยพี เดี๋ยวรอฉันจัดการจินก่อน นายเป็นรายต่อไปแน่" นั่นไง แล้วอย่างนี้จะให้ยามาชิตะ โทโมฮิสะคนนี้เข้าไปห้ามได้เช่นไร แต่จะหนีก็คงไม่พ้นร่างสูงจึงยืนแข็งอยู่ที่จุดเดิมนั่นเอง
     
      เสียงโหวกเวกโวยวายของเดอะแก็งค์ ซึ่งอาจจะไม่มีอีกต่อไปถ้ามันยังจะดึงดันทะเลาะกันอยู่แบบนี้ ยิ่งพาลจะทำให้โสตประสาทของคนหน้าหวานที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาบีดรัดแน่นเข้าไปทุกขณะ
     
      จะว่าไป มีคนปวดหัวจนตายได้มั้ยนะ
     
    มือเรียวยกโค้กซี่โร่ขึ้นมาดื่มอย่างเซงๆ พลางมองโชว์สดตรงหน้าอย่างปลงๆ ท่องไว้ทัตสึยะ อดทน อดทน และอดทน แต่ยิ่งท่องไปท่องมาดูเหมือนอาการปวดสมองมันจะยิ่งทวีคูณมากกว่าจะหายไปเสียนี่ ฉะนั้นทางแก้เดียวคงจะตรงแยกเจ้าพวกนั้นออกจากกันสินะ
     
    กระป๋องโค้กเปล่าพุ่งผ่านอากาศ บินโฉบหัวทุยๆของเจ้าของห้องเพียงแค่ครึ่งมิล ก่อนจะไปลงจอดที่อคานิชิ จิินอย่างจัง 
     
          
    ดวงตาสามคู่หันขวับมามองคนต้นเหตุแทบจะเป็นตาเดียว
     
      เรียวมองอย่างโกรธๆ
     
      จินร้องโอดโอยตามฉบับ
     
      ทัตสึยะยิ้มเล็กๆอย่างพอเป็นพิธี
     
      ในขณะที่ยามะพีพยายามพิจารณาสถานการณ์อย่างมึนๆ
     
      จะว่าไปอาจจะต้องส่งจดหมายขอบคุณไปทางบริษัทโคคาโคล่า ที่ผลิตเครื่องมืออันน่าเกรงขามนี้ออกวางขาย มันช่างน่าอัศจรรย์ชนิดที่ว่าสามารถทำให้คนสี่คนสามารถนั่งลงคุยกันดีๆได้สักที
     
      มือเล็กดึงชายเสื้อบุรุษผิวสีน้ำผึ้งที่ยังทำหน้าบึ้งตึงให้ลงมานั่งด้วยกัน ซึ่งเรียวก็ไม่ได้ขัดอะไร แต่ก็ยังน้อยใจอยู่หน่อยๆ ที่อีกฝ่ายโยนมาไม่ได้มองเค้าเลยสักนิด ถ้าพลาดโดนกันขึ้นมาจะทำยังไง ทั้งๆที่อยู่ฝ่ายเดียวกันแท้ๆ
     
      จังหวะที่หัวหน้าคันจานิกำลังนั่งลงนั่นเอง อีกสองบุรุษที่ยังคงมีรอยยิ้มฉาบหน้า ก็รีบรุดเข้ามาจะนั่งด้วย แต่ยังไม่ทันที่ขาสองคู่จะถึงโซฟาก็ถูกสายตาอำมหิตของอุเอดะ ทัตสึยะเบรกดังเอี๊ยดซะก่อน
     
      "นายสองคนจะทำอะไร" เสียงหวานเอ่ยเรียบ ทำเอาคนสองคนที่ยังยืนอยู่เหงื่อแตกซิกๆ แต่เหตุที่ว่าจินคุ้นเคยกับคนตรงหน้ามากกว่า หน้าที่เจรจาท้าวความครั้งนี้เค้าเลยเป็นคนทำ
     
      "นั่งไงทัตจัง"
     
      "แล้วจะเดินเข้ามาทำไม"
     
      "ก็โซฟา..."
     
      "นั่งมันที่พื้นนั่นแหละ" ประโยคจบเย็นเยียบราวกับจะตีป้ายบอกว่าถ้าขัดคำสั่งคงมีอันตรายถึงชีวิต ทำให้ชายหนุ่มร่างอวบต้องนั่งลงบนพรมแข็งๆอย่างจำใจ พร้อมๆกับไม่วายจะดึงอีกคนให้ลงมาร่วมชะตากรรม
     
    เรียวเหลือบตามองคนสั่งเล็กน้อยพอเป็นพิธี ก่อนจะเปล่งเสียงหัวเราะออกมาชนิดไม่เกรงใจเพื่อนสนิทตัวเองทั้งสองคนสักนิด ส่งผลให้นัยน์ตาของคนข้างๆหันมามองอย่างงงๆ แล้วก็ยิ่งงงเข้าไปใหญ่เมื่อบุรุษผมดำยกมือขึ้นพาดข้ามไหล่คนตัวเล็กก่อนจะทิ้งมันลงบนพนักโซฟาสีแดงอย่างสบายๆ แถมยังจะมากระตุกยิ้มใส่อีก ทั้งๆที่เมื่อครู่ทำท่าไม่พอใจแท้ๆ ทำไมถึงเปลี่ยนอารมณ์ง่ายจัง
     
      ถึงทัตสึยะจะงง และดูเหมือนพีก็จะงงไปด้วยอีกคน ก็คงจะมีแต่จินละมั้งที่มองคนสองคนที่ทำท่ามีศักดิ์สูงเหนือกว่าเขาสองคนแล้วนั่งบนโซฟานุ่มๆอย่างสับสนสุดๆ
      
      แล้วอีแบบเนี้ยจะไม่ให้สงสัยได้ไง นี่เค้าแค่คิดเลยเถิดไปนิดเดียวก็เกือบจะโดนฝ่าพระบาทแล้ว ถ้าเกิดคิดไกลไปอีกนิดไม่โดนหัวหน้าบวกอดีตเพื่อนร่วมวงคนปัจจุบันฆ่าปิดปากรึไงฟร่ะ
     
             
    คิดแล้วก็ยิ่งเจ็บช้ำน้ำใจ
       
     
      ทัตจังใจร้าย มีเพื่อนใหม่แล้วสินะ ถึงลืมจินไปซะอย่างนี้ จะบ่นกระปอดกระแปดไปก็ใช่ว่าคนข้างนอกมันจะได้ยินกัน จินจึึงได้แต่นั่งขัดสมาทอยู่บนพื้นพรมแข็งๆนั่นแหละ
     
      "เอาละ เล่ามา" เมื่อเจ้าหญิงเข้าโหมดหัวหน้า อีกคนก็เลือกจะนั่งเงียบ อยากจะรู้เหมือนกันว่าหมอนี่จะจัดการเรื่องนี้ยังไง อีกอย่างให้เค้าตะโกนโหวกเหวกอยู่คนเดียวมันก็เหนื่อยเหมือนกันนะ
     
      แต่ทว่าไอ้ความใจเย็นของทัตสึยะมันไม่ได้อยู่ตลอดไปนะสิ เมื่อผ่านไปร่วมสามนาทียังไม่มีสิ่งมีชีวิตสักกะตัวเปิดปากพูด   
     
         
    ".."
     
      "...."
     
      "......."
     
      "โอ๊ย!!!" ร่างหนายกมือขึ้นจับศีรษะตัวเองอย่างหวงแหน ดวงหน้าคมเหยแกด้วยความเจ็บปวด พลางส่งสายตาคาดโทษไปให้เจ้าของม้วนกระดาษอย่างเคืองๆ ตกลงว่าวันนี้เขาจะโดนปทุษร้ายทั้งวันเลยใช่มั้ยเนี่ย
     
      "นายจะเงียบอีกนานมั้ย!! ตกลงว่ามันเรื่องอะไรกันแน่ จะอมพะนำเพื่อ!!" บุรุษผมสีน้ำตาลไม่ได้สนใจเสียงโวยวายให้หยุดของเพื่อนตัวเองสักนิด แถยยังจะไปฉวยหยิบเอากระโค้กซีโร่ของอีกชายหนุ่มในห้องที่ยังไม่หมดดีมาเป็นอาวุธคู่กายเสียอีก
     
      ยังดีที่ผู้ชายคนนั้นมือไวกว่า ยกกระป๋องสีเงินออกจากทิศทางได้ทัน ไม่อย่างนั้นคงจะต้องได้เห็นอคานิชิชุ่มโค้กแน่ๆ
     
      เรียวเอามือข้างที่พาดอยู่กดไหล่แคบเบาๆ เหมือนจะส่งสัญญาณให้พอ ไม่ใช่ว่าเค้าจะไม่อยากใช้กำลัง แต่ถ้าจะให้รู้เรื่องกันก็คงจะต้องพูดกันดีๆ 
     
      "ทัตสึยะ" เสียงทุ้มปราม นัยน์ตาสีนิลออกแววดุทำให้คนที่กำลังจะอ้าปากบ่นยอมปิดลงเงียบๆ ทัตสึยะกัดริมฝีปากอิ่มอย่างไม่สบอารมณ์แต่ก็ไม่อยากจะขัดใจอีกฝ่าย ทำให้อีกคนที่ยังคงกุมหัวตัวเองอยู่ถอนหายใจอย่างโล่งอก แต่ไม่วายที่จะคิดหมั้นใส้ขึ้นมาเล็กๆ อะไรวะ ทำไมถ้าเป็นเรียวต้องยอมไปซะทุกที ทัตจังอะ ไม่แฟร์เลย 
     
      "ทัตจังใจร้าย ทำแต่จิน ทีเรียวนะทัตจังไม่เห็นทำอะไรเลย" จินบ่นอย่างอย่างไม่พอใจ พลางชี้ให้ยามะพีดูคนลำเอียงอีกคน 
     
      "นั่นสินะ ทัตจัง อย่าใจร้ายกับพวกเรานักสิ" เพื่อนหัวม็อคค่าเอ่ยเสริม สรรพนามเรียกชื่อที่เปลี่ยนจากอุเอดะคุงมาเป็นทัตจังซะสนิทสนมทำให้คนตัวเล็กเลิกคิ้วสูง แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร เพราะรู้ทั้งรู้ว่าเอาอะไรแน่นอนกับยามาชิตะไม่ได้อยู่แล้ว จึงเลือกที่จะลงกับคนที่ไม่เคยจะกล้าขัดใจตนแทน
     
      "นาย" นิ้วเรียวชี้ไปยังอดีตเพื่อนร่วมวงอย่างเปิดเผย ท่าท่างแบบนั้นคงทำให้คนหายสงสัยไปได้มากโขว่าทำไมถึงได้ฉายาเจ้าหญิง ก็เพราะคนในวงตามใจกันมากเกินไปนะสิ
     
      "ทำให้ฉันต้องลำบากจิน เพราะฉะนั้น เล่ามาซะก่อนฉันจะเตะนายออกจากบ้านให้ปาปารัซซี่ที่รออยู่ข้างนอกรุมทึ้งนายให้กลายเป็นชิ้นๆ" คำว่าปาปารัซซี่ดังก้องทะลุโสตประสาทคนโดนขู่ ทำให้ผลของคำพูดมีประสิทธิภาพเพิ่มเป็นสองเท่า ก็ตั้งแต่เกิดเรื่องขึ้น คำว่าปาปารัซซี่นะน่าขนลุกขนพองราวกับหนังสยองขวัญเลยทีเดียว
     
     
      "ก็คือว่าเอาแบบย่อแล้วกันนะ" 
     
     
      "จะแบบไหนก็เล่ามาเถอะน่า!!!" โธ่เค้าก็กะจะทำให้บรรยากาศมัน lighten up นะให้มันสดใสขึ้น ไม่เข้าใจจินเอาซะเลย
     
      "พวกเราเมามาก....แล้วก็มีผู้หญิงสองคนเดินเข้ามา....สวยมากๆ เลยนะ...โอ๊ย!!! ก็บอกให้เค้าเล่าหนิ!!! เอ่อ....สองคนนั่นเข้ามาหาเรากับพี แล้วพวกเราก็จำอะไรไม่ได้เลย มารู้ตัวอีกทีก็ตอนตื่นขึ้นบนเตียงโรงแรมนะแหละ" สิ้นประโยคบอกเล่าของจำเลยคนที่หนึ่ง จำเลยคนที่สองก็พยักหน้าหงึกหงักตามไปด้วย แต่ไอ้คนฟังสองคนนะเส้นเลือดขึ้นปูดเต็มหน้าเพราะความเครียดแล้ว
     
     
       
    พวกมันไม่ได้โง่ขนาดไม่รู้ว่าเจออะไรมาใช่มั้ย
     
     
             
    "นั่นไม่ดีเลย" ทัตสึยะเปรย นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มหรี่ลงอย่างใช้ความคิด
     
     
      "พวกนายจำหน้าผู้หญิงพวกนั้นได้รึเปล่า" เรียวเสริม
     
     
      "ไม่อะมันเบลอไปหมดเลย" คราวนี้คนที่ตอบเป็นชายหนุ่มจากวงนิวส์ โดยที่อีกคนก็พยักหน้าตามระเบียบ
     
     
      "มันต้องเป็นบริษัทอื่นแน่ๆ" หัวหน้าวงคัตตุนพูดขึ้น พลางหันไปมองคนข้างๆอย่างขอความเห็น
     
     
      "เอ๋?!" ทั้งพีทั้งจินแทบจะอุทานออกมาพร้อมกัน 
     
     
      "ใช่แล้วละ ไม่ผิดแน่นั่นเป็นคำอธิบายเดียวว่าทำไมถึงมีวิดีโอคลิปได้" คนจากโอซาก้าเอ่ยตอบ นัยน์ตาสองคู่สบกันอย่างเข้าใจ ทิ้งให้สองจำเลยที่นั่งอยู่ข้างล่างงงเป็นไก่ตาแตก
     
     
      "แต่..ทำไมละ" โทโมฮิสะที่ดูเหมือนจะจับใจความได้บ้างถามขึ้น ทำไมถึงต้องเป็นพวกเขา คนอื่นมีตั้งเยอะแยก แต่ทัตสึยะกลับยิ้มบางๆไปให้
     
     
      "ก็เพราะพวกนายสองคน ดังที่สุดในหมู่พวกเรานะสิ"
     
     
      "แล้วอาราชิละ" คำโพล่งแทรกของอคานิชิ ทำเอาขนาดพียังต้องกรอกตา ดูท่ามันจะอาการหนักจริงๆแหะ คำว่าความน่าจะเป็นถึงได้บินออกไปจากระบบร่างกายมันหมดแบบนี้
     
     
      "ไอ้มึนเอ๊ย อาราชิไม่ได้มีอิมเมจแบบนั้น พวกนั้นแทบจะไม่เที่ยวกลางคืนด้วย เอามาเปรียบกับพวกเราได้ไง" ถ้าตบกระบาลมันจากที่นั่งอยู่ได้ เรียวคงทำไปแล้วแต่นี่พื้นที่ระยะห่างมันมากเกินไป แล้วเขาก็ไม่อยากจะยกมือที่กดไหล่ทัตสึยะออกด้วย ก็ถ้าปล่อยไปแล้วเด็กในร่างผู้ใหญ่ข้างๆนี่ฟิวส์ขาดขึ้นมา เขาได้เก็บศพตัวเอ กับตัววายข้างล่างแน่
     
     
    นั่นมันคือเหตุผลจริงๆนะ
     
     
      "พวกเราแย่แล้วจริงๆ" ยามะพียกมือขึ้นตบหน้าผากตัวเองอย่างตระหนักได้ เพื่อนผมดำจึงได้ทีแหน็บแนมมันต่อ
     
     
      "นายพึ่งจะตรัสรู้รึไง" 
     
     
      "เรียว!" ร่างบางตีเข้าที่ต้นแขนแกร่งเบาๆ หน้าสวยออกแววตำหนิ ก็ทีเค้าจะว่าจินยังห้าม ทำไมทีตัวเองว่ายามาชิตะได้เล่า
     
     
      หรือจินจะเห็นตอนนี้เป็นโอกาสเหมาะ ร่างสูงจึงคุกเข่า ยกมือไหว้ ก้มหัวลงแทบจะติดพื้นอย่างนอบน้อม
     
     
      "ทัตจัง ขอโทษน้า" เสริมด้วยนัยน์ตาเยิ้มเชื่อมราวกับลูกหมาโดนทิ้ง แล้วไอ้คนโดนขอร้องก็ดันเป็นคนใจไม่แข็งด้วยสิ
     
     
      "เออน่า พวกเราจะหาทางแล้วกัน" แม้คำตอบจะเป็นแบบขอไปที แต่ก็ดูออกว่าโดนยกโทษให้แล้ว ใบหน้าคมจึงยิ้มแป้นราวกับถูกหวยสิบร้อยล้าน หยั่งน้อยก็ไม่ตายละว้า
     
     
      "เรียวจัง ขอโทษน้า" เมื่อเห็นเพื่อนทำสำเร็จ อีกคนเลยจะเอาบ้าง โดยที่ลืมคิดไปเสียสนิทว่าคนที่อยู่ปลายทางการรับมันคนละคน ยามะพีจึงต้องโดนกระป๋องโค้กเพชรฆาตที่คราวนี้ยังเต็มปรี่ปริมาณพร้อมเข้าไปอย่างจัง เจ็บไม่เจ็บให้มันรู้ไป
     
     
    "นี่นิชิกิโด เรียวเว้ยไอ้พี จำคนผิดรึไง" 
      ดวงตากลมโตดั่งปลาทองน้ำตารื้น พลางหันหน้าไปทางอีกคนแทน
     
     
      "ทัตจาง เรียวใจร้ายกับพีอีกแล้ว ทัตจังมาอยู่นิวส์เถอะ เค้าไม่เอาหัวหน้าแบบนี้ กระซิก กระซิก" เสียงที่ถูกดัดจะหวานเจี๊ยบเท่าไรก็ยังไม่กวนเบื้องล่างเท่าไอ้แอฟเฟคต่อท้าย แบบนี้อุเอดะไม่คิดจะแปลกใจว่าทำไมถึงอยู่กับเรียวได้นานขนาดนั้น
     
     
      "กระป๋องโค้กอีกกระป๋องอยู่ไหนวะ พ่อจะปาให้หัวแตกเลยคราวนี้" นั่นไงถึงบอกว่าอยู่ด้วยกันได้ ก็ไม่เต็มกันทั้งคู่นี่นะ
     
     
      "มันมีแค่สามกระป๋องเรียว กระป๋องสุดท้ายนายก็โยนไปแล้วไงแล้วก็เลิกทำร้ายเพื่อนนายได้แล้ว ยามะพีน่าสงสารออก" หน้าตานิ่งๆเซงๆของอีกฝ่ายไม่ได้ทำให้อารมณ์นิชิกิโดเย็นขึ้น ใบหน้าหล่อๆของคนจากโอซาก้ายื่นเข้าไปใกล้คนตัวเล็กช้าๆ ทำให้อีกคนขยับจะถอยไปตามระเบียบ หากแต่ติดที่ว่ามือหนาที่กดไหล่บางอยู่รั้งเอาไว้แน่น
     
     
      "หืม...ทำไมนายถึงอยู่ข้างพีละ แทนที่จะอยู่ข้างฉัน....ทัตจัง" ลมร้อนที่เป่ารดใบหูเรียกสีเลือดขึ้นซับหน้าอย่างช่วยไม่ได้ มันไม่ใช่ว่าอายหรืออะไรหรอกนะ แต่นี่เป็นปฏิกริยาปกติเวลามีคนมาทำแบบนี้กับเขาต่างหากละ
     
     
      "ไอ้บ้า! ขยับออกไปห่างหน่อยสิ นายไม่เคยได้ยินคำว่าพื้นที่ส่วนตัวรึไงห๊า" มือเรียวยันแผงอกกว้าง ที่ยังไงก็ดูจะไม่สะทกสะท้านแม้สักนิด ทัตสึยะเลยค้อนขวับไปให้แทน เพราะจะทำอะไรอย่างอื่นก็ดูจะไม่มีผลตอบรับมาซะหมด
     
     
      คนนึงที่ยังสนุกกับการแกล้งกับอีกคนที่พยายามพลักพยายามดันอีกฝ่ายออก ไม่ได้รู้สึกตัวเลยว่าตกเป็นเป้าสายตาของอีกสองต้นตอที่ยังคงปักหลักอยู่บนพื้นพรมไม่ได้หายไปไหน
     
     
      "พี นายคิดอย่างที่ฉันคิดมั้ย ฉันรู้สึกว่า...พวกเราไม่สมควรจะอยู่ตรงนี้วะ" 
     
     
      "นั่นสินะ มันเหมือนกับว่าโลกนี้มีแค่มันสองคนอย่างนั้นละ"
     
     
      "ใช่ๆ สองคนนั่นลืมเราไปเลยอะ แย่จังเลยพี!!!" 
     
     
      มันก็ดีแล้วไม่ใช่รึไง อย่างน้อยก็ยังมีเวลาให้หยุดหายใจกันบ้างก่อนจะโดนเทศน์อีกรอบ ทัตจังอะใจดี จะยังไงก็ได้ แต่ไอ้เรียวนี่สิ ชีวิตยามาชิตะคนนี้จะจบลงทั้งๆที่ยังไม่ได้สมรสรึ จะปล่อยให้เป็นแบบนั้นได้ยังไงกันนะ
    ........................................................................................................

    Author's note : พี่แป๋ว เธียร์ก็กะจะลงที่บอร์ดเหมือนกันนะ แต่อยากเขียนให้ได้ครบสามตอนก่อนแล้วค่อยลง
    เพราะกลัวเขียนไม่ทันไง แล้วเดี๋ยวมันค้างไรงี้ (ไม่ได้ตั้งใจจะเขียนให้จินกับพีเป็นหนักขนาดนี้จริงนะ)  
     


     

     

     


     

     

     



    edit @ 11 Sep 2010 14:23:41 by

    Fiction : Crumble Violet

    posted on 02 Sep 2010 23:34 by veneer  in Ryoda
     
     
     
    Title : Crumble Violet
    Pairing : Ryoda (Nishikido Ryo/ Ueda Tatsuya)
    Genre : Romance
    Rating : PG - 13
    Disclaimer : มันมีเหตุผลที่บริษัทชื่อ Johnny Entertainment นะ 
    Summary : จิน + ยามะพี + ผู้หญิง = ทัตสึยะ + เรียว + ปัญหา (มันออกมาเป็นสมการแบบนี้จริงๆ)  
     
     
     
    Chapter 1 : Back to the Basic
     
     
    "มันเป็นทางการแล้วละ" น้ำเสียงนิ่งๆ เรียบๆ ของชายหนุ่มดังไปทั่วห้อง นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มยังจ้องอยู่ที่หน้าจอคอมพิวเตอร์เขม็ง ราวกับจะสื่อสารอะไรบางอย่างกับเครื่องจักรไร้ชีวิต
     
    ไม่มีเสียงใดตอบ ความเงียบที่ปกคลุมห้องสี่เหลี่ยม ยิ่งพลันจะทำให้บรรยากาศหนักอึ้ง 
     
    หายใจลำบาก
     
    "ปิดคอมซะ คาซึยะ พวกเราต้องไปพบคุณจอห์นนี่" ร่างที่พิงประตูเอ่ยขึ้น ดวงตากลมโตเหลือบไปมองคอมพิวเตอร์สีดำชั่วครู่ก่อนจะสาวเท้าออกจากห้องไปอย่างไม่มีบอกไม่มีกล่าว ทิ้งให้คนที่เหลือต้องรีบรุดตามไปอย่างช่วยไม่ได้
     
    คาเมะนาชิ คาซึยะ ถอนหายใจเฮือกใหญ่พลางหันหลังเดินจากหน้าจอที่ยังส่องแสงเรืองๆ ไปอีกคน
     
    คำว่า จิน อคานิชิ ในตัวอักษรสีดำแดงเด่นชัดบนแผ่นสี่เหลี่ยมอิเล็คทรอนิค ก่อนจะหายวูบไปแทนที่ด้วยสีดำสนิท
     
     
    อคานิชิ จิน ได้แยกตัวออกจากคัตตุนแล้ว
     
     
    ........................................................................................................
     
     
    ผู้บริหารสูงสุดเลิกคิ้วสูง พร้อมๆกับกวาดสายตาพิจารณาชายหนุ่มทั้งห้าคนที่ยืนนิ่ง นี่เจ้าเด็กพวกนี้มันกลายสภาพตัวเองเป็นหินรึไง แต่ไอ้อาการแบบนี้คงมีอยู่เหตุผลเดียว
     
    "ฉันไม่ได้เรียกพวกเธอมายุบวงหรอกนะ" 
     
    "เห๊!!" เสียงอุทานดังลั่นทำเอาแร็ฟเปอร์ประจำวงอยากจะฟาดกระโหลกหนาๆ ของคนตัวสูงสักที เพราะมันจะมีสักครั้งมั้ยที่ไอ้บ้านี่รู้จักกาละเทศะ
     
    แต่ทันที่จะได้ทำอะไร ประโยคต่อมาของผู้สูงอายุในห้องก็เกือบทำเอาลมจับ
      
    "ไม่ได้จะยุบวงก็จริง แต่สถานการณ์ตอนนี้ก็ใช่ว่าจะสวยงามสักนิด พวกเธอ....เสนอหัวหน้าวงให้ฉันเดี๋ยวนี้" คำสั่งที่หุนหันพลันแล่นอย่างที่นึกจะเอาอะไรก็ต้องได้อย่างคุณจอห์นนี่ทำพวกเขากลืนน้ำลายฝืดคอ
      
    ก็ที่ไม่มีใครอยากเป็นหัวหน้าวง ก็เพราะไม่อยากเจอแบบนี้นะสิ
     
    ขาสี่คู่ของร่างสี่ร่างก้าวถอยหลังไปอย่างพร้อมเพรียงชนิดที่ว่าแฟนคงปลาบปลื้มปิติ ที่พวกมันทำอะไรพร้อมกันเป็น แต่คนที่ยืนอยู่ตรงกลางคงไม่ได้คิดแบบนั้นแน่
     
    อดีตหัวหน้าวงคัตตุนที่กำลังจะกลายเป็นปัจจุบันแทบอยากจะเอามือตบหน้าผากตัวเองซักป๊าบ ถ้าไม่ใช่ว่าจอห์นนี่ซังกำลังทำหน้าพอใจ และคงไม่มีใครโง่ไปยุ่งกับรอยยิ้มบางๆที่ฉาบไว้บนหน้ากร้านโลกนั่น
     
    "ดีมาก ไม่เสียเวลาดี" น้ำเสียงต่ำเอ่ยกลั้วหัวเราะ พลางชายสายตาไปมองสี่บุรุษที่ขยับขาเมื่อครู่
     
    "พวกเธอสี่คนไปได้ ยกเว้นอุเอดะคุง" ถึงสายตาขอโทษขอโพยจะส่งมาให้กันอย่างล้นหลาม เลเวลอารมณ์ของทัตสึยะก็ไ่ม่ได้อัพขึ้นสักนิด นึกแล้วก็ยิ่งคิดถึงเพื่อนตัวหนาขึ้นมาตงิดๆ เพราะปกติแล้วมันต้องมีจินยืนเอ๋อเป็นเพื่อน แต่เมื่ออคานิชิไม่อยู่ อุเอดะก็ต้องรับเคราะห์เพียงผู้เดียว
     
    ให้ตายเถอะ
     
    เขากำลังยืนเผชิญหน้ารับชะตากรรมที่คิดว่าคงโดนเทศน์ยาวแน่ๆ เมื่อประตูสีน้ำตาลบานใหญ่เกินจำเป็นถูกกระแทกให้เปิดอย่างแรง พร้อมๆกับเสียงแหบๆที่ทุกคนในตึกนี้คุ้ยเคยเป็นอย่างดี
     
    "จอห์นนี่ซัง นี่มันไม่ตลกเลยนะครับ ทำไมอยู่ดีๆท่านถึงสั่งพักงานนิวส์ พวกเราไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย!!!" หนึ่งเดียวในโลกนี้ที่กล้าตะโกนใส่เจ้านายตัวเอง ถ้้าไม่นับระบบตอบโต้อัตโนมัติของหนุ่มร่างโย่งวงคัตตุน 
     
    "พักงานนิวส์" อุเอดะเปรยเบาๆกับตัวเอง เท่าที่เค้ารู้คนที่มีเรื่องมีแค่จินไม่ใช่หรือ
     
    บุรุษที่นั่งอยู่เอามือนวดขมับตัวเองอย่างช่วยไม่ได้ นิชิกิโด เรียว นี่เค้าตามใจมันจนเคยตัวรึเปล่านะ เล่นตะคอกกันแบบนี้ คนแก่หัวใจวายตายไปจะทำยังไง ไม่มีคนออกเงินเดือนให้พวกแกแล้วจะรู้สึก
     
    "นิชิกิโดคุง เร็วๆนี้เธอได้คุยกับเพื่อนสนิทเธอมั้ย" สายตาคมกริบดั่งจะเตือนให้รู้ว่ากำลังพูดอยู่กับใคร แต่ทว่าคำว่าสถานภาพคงไม่มีอยู่ในพจนานุกรมฉบับนิชิกิโด 
     
    "คนไหน" เอาเถอะ คงมีแต่ต้องปลง
     
    "ทั้งคู่"
     
     
    เวรกรรม...ชายหนุ่มผมดำแทบจะเอาหัวตัวเองไปโขกกำแพงให้รู้แล้วรู้รอด ว่าทำไมเขาถึงได้ยังเป็นเพื่อนอยู่กับไอ้บ้าสองคนนั่นที่คำว่าไม่มีสมองยังน้อยไป
     
    "หมายความว่ายังไงครับ ยามาชิตะคุง เกี่ยวข้องกับการที่จินต้องออกจากคัตตุนหรือครับ" ใบหน้าสีน้ำผึ้งหันขวับ เพราะพึ่งจะมาเอะใจว่ามีอีกคนอยู่ในห้อง ตั้งแต่เมื่อไร....
     
    "ใช่" น้ำเสียงต่ำดูพอใจขึ้นมาระดับนึง อย่างน้อยก็ยังมีคนปกติธรรมดาที่รู้จักกริยามารยาทให้บริษัท ก่อนจะเริ่มอธิบายเสียงเครียด
     
     
    "มีบุคคลนิรนาม ส่งวีดีโอเทปมาให้ฉัน พร้อมกับคำขู่ว่าจะเผยแพร่มันออกสื่อ หากทางเราไม่ระงับทุกงานของอคานิชิคุง กับยามาชิตะคุง" 
     
    ร่างที่ยืนอยู่ทั้งสองแทบจะแข็งค้าง
     
     
    วะ..ว่าไงนะ!!!!
     
     
    "วีดีโออะไร" เรียวที่ดูเหมือนจะเรียกสติตัวเองกลับมาได้ก่อนถามขึ้น 
     
    "ผู้หญิง" สั้นๆ ง่ายๆ ได้ใจความ และเพิ่มปัญหาให้พินแบบไม่ต้องสงสัย เมื่อไอ้เพื่อนร่วมวงที่ยืนนิ่งอยู่ตรงนี้มีเรื่องจะสะสางชนิดสามวันยังไม่จบ
     
     มือกร้านกุมหลวมๆไว้บนโต๊ะ พลางเอนหลังพิงเบาะหนังช้าๆ นัยน์ตาของคนที่นั่งอยู่เปลี่ยนสลับมองเด็กทั้งคู่อย่างกังวลเล็กๆ จะว่าเชื่อใจสองคนนี้มันก็เชื่อ แต่ภาระนี้จะเกินรับรึเปล่านะ
     
    "เอาละหัวหน้า"
     
    "หัวหน้า!/หัวหน้า?" เสียงสองเสียงที่ประสานขึ้นมาพร้อมกัน เสียงหนึ่งตกใจสุดขีด ในขณะที่อีกเสียงดูออกจะยอมรับกลายๆ
     
    "พวกเธอเห็นอคานิชิกับยามาชิตะในห้องนี้มั้ย" คำย้อนถามราวกับจะแดกดัน 
     
    นั่นยิ่งทำให้เรียวอารมณ์พุ่งปรี๊ดขึ้นไปอีก เพราะนี่มันบ้าชัดๆ จะให้เขาเป็นหัวหน้าวงสองวงเนี่ยนะ แค่ทำงานอย่างเดียวก็เหนื่อยสายตัวแทบขาด แล้วอีแบบนี้เขาไม่ตายเลยเรอะ นัยน์ตาสีดำสนิทเหลือบมองคนข้างๆเล็กน้อย แต่เมื่อเห็นว่าร่างเล็กไม่ได้แสดงอาการอะไรออกมาเรียวเลยกัดปากกลืนคำพูดลงคอไปอย่างรวดเร็ว ขนาดองค์หญิงยังไม่บ่น จะให้เขาบ่นได้ไงละ
     
    แต่ที่บอสวงคันจานิไม่รู้คือไอ้อาการนิ่งๆขององค์หญิงนะ เป็นแค่หน้ากากที่สวมอยู่ต่างหาก เพราะความจริงแล้วข้างในมันปั่นป่วนแค่ไหนทำไมทัตสึยะจะไม่รู้
     
    ทว่ามาดที่ฉาบอยู่ของทั้งคู่จะทลายออกเป็นเสี่ยงๆ เมื่อรอยยิ้มกริ่มผุดขึ้นที่ริมฝีปากของเจ้าของบริษัท
     
     
    จอห์นนี่ คิตากาว่ายิ้มแบบนี้ทีไร ไม่เห็นมีเรื่องดีตามมาสักครั้ง
     
     
    "จริงสิ อีกอย่างพวกเธอสองคนกำลังจะมีละคร" 
     
    "ว่าไงนะ!!!" ระดับเดซิเบลขั้นทำลายล้างเป็นตัวแทนอย่างดีแก่ความผันแปรอารมณ์ของหนุ่มนัยน์ตาเศร้า ชนิดที่ถ้าเป็นปกติทัตสึยะคงหาอะไรเหมาะมือไปขว้างใส่ซะสองสามที แต่ตอนนี้ร่างบางกลับอยากจะตะโกนซ้อนทับไปอีกคน
     
    อุตส่าห์เตรียมตัวจะรับคำด่า แต่ไหงกลายเป็นแบบนี้ไปซะได้
     
     
    "ฉันต้องการให้คัตตุนกับนิวส์พีคอีกครั้ง แฟนๆพวกเธออยากได้แฟนเซอร์วิส ลืมโชคุระไปแล้วรึยังไง" คำว่าแฟนเซอร์วิส กับโชคุระ เอ็คโค่ซ้ำกันในหัวของทั้งคู่หยั่งกับแผ่นเสียงตกร่อง 
     
    ก็ไอ้เซอร์วิสปนสคริปเมื่อเจ็ดปีก่อนนะ ทำให้แฟนๆตีตราหน้านิชิกิโดว่าเป็นเอส อุเอดะว่าเป็นเอ็มไปเสียหมดแล้ว ขนาดออกมาบอกทีหลังว่าเป็นสคริปยังมีคนไม่เชื่อไปกว่าค่อน แล้วครานี้มันจะเป็นยังไงวะ
     
     
    จอห์นนี่ซังนั่งมองคู่รักเอสเอ็มจำเป็นที่ทำหน้าเหมือนแบกโลกทั้งโลกไว้อย่านึกขัน ครั้งที่แล้วเค้าปล่อยผ่านไปเพราะเห็นว่ายังเด็กกันอยู่ แต่โตขนาดนี้แล้วก็น่าจะแฟนเซอร์วิสได้เต็มที่แล้วหนิ ก็ขนาดอคานิชิกับคาเมะนาชิที่เป็นผู้ชายแท้ๆทั้งคู่ยังทำให้ดูเหมือนเป็นคู่เกย์ได้เลย แล้วกับสองคนนี่ที่เค้าไม่ค่อยแน่ใจกับอัตราความต้องการผู้หญิงในตัวมากเท่าไรยิ่งน่าจะทำได้ง่ายไม่ใช่รึ
     
    รอยยิ้มนั่นกว้างขึ้นไปอีก 
     
    ผู้มีอิทธิพลเหนือสุดส่งสีหน้าที่แปลได้ว่า ถ้าพวกนายรักชีวิตก็อย่าทำให้แผนการอันเลิศเลอเพอร์เฟคของฉันล้มเหลวเด็ดขาด ไม่งั้นท้้ังคัตตุนทั้งนิวส์พาลจะไม่เห็นเดือนเห็นตะวันกันทั้งคู่
     
     
     
    แล้วอีแบบนี้ ใครจะกล้าปฏิเสธได้เล่า
     
     
    ........................................................................................................
     
     
    ร่างโปร่งถอนหายใจยาวอีกครั้ง นับเป็นครั้งที่ห้าหลังจากเดินออกมาจากห้องแห่งความตายได้เพียงแค่สิบกว่าก้าว คิดแล้วก็พ่นอากาศออกมาจากปอดอีกสักรอบ ซึ่งคงจะได้มีรอบเจ็ดแน่ๆ ถ้าคนที่เดินมาด้วยกันไม่ขัดขึ้นซะก่อน
     
    "ทัตสึยะ มันไม่ได้แย่ขนาดนั้นหรอกน่า" น้ำเสียงทุ้มติิดจะเจือหัวเราะ อาจเป็นเพราะเรียวค่อนข้างจะปลงกับการที่โชคไม่ค่อยจะเข้าข้างแล้วละมั้ง
     
    นัยน์ตารูปเมล็ดอัลมอนล์เหลือบขึ้นมองเพดานอย่างเซงๆ 
     
     
    "คนจะเข้าใจผิดอีกนะสิ" ใช่แล้วละ เมื่อเจ็ดปีก่อนก็ทีนึงแล้ว เค้าก็เข้าใจนะว่ามันเป็นการแสดง แต่คิดทีไรก็อดหงุดหงิดไม่ได้สักที ทั้งไอ้เรื่องที่แฟนๆชอบจับคู่ใครต่อใคร แล้วยังเรื่องที่มาหาว่าเค้าเป็นเอ็มอีก ก็จะให้ทำยังไงละ ในสคริปมันบอกว่าอย่าตอบโต้นี่น่า นี่ถ้าไม่ใช่ว่าสายตามหันตภัยของผู้ชายที่ชื่อคิตากาว่าจ้องเขม็งผ่านหน้าจอแสดงผลหลังเวทีละก็ เค้าคงจะแหกคำสั่งตอกอะไรกลับไปบ้างแล้ว
     
     
    คิดไปก็เป็นความผิดตาแก่นั่นๆแหละ ที่ไม่รู้จะให้พวกเรามาทำท่าจิ๊จ๊ะรักนะใส่กันทำไม ทั้งๆที่ในความเป็นจริงนะ จิมุโชมีพวกชายรักชายเพียงแค่ 30% เท่านั้นเอง พวกส่วนมากอย่างพวกเขานะ เป็นผู้ชายธรรมดา ให้มาทำอะไรแบบนี้ไม่ว่าจะทำมาจนจะเคยชินมันก็ยังอดรู้สึก แปลกๆแปล๊บๆไปได้อยู่ดีละน่า
     
     "รู้แล้วน่าเรียว อย่างน้อยก็ยังเป็นนาย ถ้าให้ฉันไปวายกับยามาชิตะ ฉันคงปรับสมองตัวเองให้ช้าลงตามหมอนั่นไม่ไหวแน่" ฝ่ามือหนาผลักศีรษะทุยไปข้างหน้าอย่างเคืองๆ แต่ก็พอรู้ว่าแค่แกล้งเล่นเท่านั้น
     
    "ยามาชิตะนะ เพื่อนสนิทฉันนะ ฮิเมะ"​ ชื่อเล่นเจ้าประจำที่โผล่มาไม่เคยขาดทำให้หน้าสวยบูดเป็นนมเปรี้ยวแช่ข้ามคืนกันทีเดียว ก่อนมือเล็กๆ จะพลั่กร่างที่สูงกว่าตัวเองเพียงนิดอย่างไม่ค่อยเบามือ
     
     
    นั่นสินะ อีกอย่างที่คนเข้าใจผิดสุดๆคือเรื่องระหว่างเขาสองคน ทั้งทัตสึยะ ทั้งเรียวไม่ได้เกลียดกันตามที่จะเป็นอย่างใด แล้วก็ไม่ได้เป็นแค่เพื่อนร่วมงานที่ดันเป็นเพื่อนกับไอ้จินเหมือนกันซะด้วย จะว่าไปตัวเค้าเองรู้จักเรียวมาก่อนจินเสียอีก เพราะตอนที่เค้าเข้าจอห์นนี่มา เรียวก็ทำงานอยู่ข้างหน้าแล้ว
     
    ถ้าไม่ใช้เพราะไอ้สคริปบ้าๆ นั่น พวกเขาคงไม่ต้องมานั่งหลบนั่งซ่อนคุยกันเวลากล้องไม่จับหรอก ความคิดของแฟนๆ นี่มันชั่งยากจะหยั่งถึงยิ่งนัก อีตาแก่นั่นก็อีกคน ตั้งนานก็ไม่ทำ ดันจะมาจับคู่เค้าสองคนตอนนี้เนี่ยนะ ฉันละไม่เข้าใจสติปัญญาของผู้บริหารคนนี้เลยจริงๆ
     
     
    ........................................................................................................
     
     
    นั่นแหละที่เป็นสาเหตุหลักว่าทำไมตอนนี้หัวหน้าวงคัตตุนถึงได้ถูกโซฟาสีแดงในห้องน่ังเล่นของนิชิกิโด เรียวดูดวิญญาณไปทีละนิดทีละนิด เพราะเปลือกตาอันหนักอึ้งของเค้ากำลังจะปิดลงอยู่ร่อมร่อ ถ้าไม่ติดที่ว่าก้อนกระดาษกลมๆพุ่งตรงมายังหน้าหวานๆเสียเต็มแรง
     
    "ไอ้เรียว!" เสียงคนผู้โดนประทุษร้ายต่อว่า แต่คนประทุษร้ายกลับยื่นมือมาตบหัวทุยๆอีกสักรอบ
     
    "ตื่นๆ มานั่งสับพงกแบบนี้จะจำบทได้มั้ยเล่าหรือว่าองค์หญิงไม่คุ้นชินกับห้องเล็ก จะย้ายไปห้ององค์หญิงดีมั้ยพะยะค่ะ" คำกัดแซมแหน็บแนมประจำตัวไม่ได้ทำให้คนที่จะซุกตัวลงใต้ผ้าห่มที่เค้าขโมยมาจากห้องนอนของเจ้าของบ้านสะทกสะท้านสักนิด
     
    ร่างบางยังคงจมตัวเองลงกับโซฟานุ่มๆ อย่างไม่สนใจเสียงค้านโวยของเพื่อน แถมยังจะเอาขาตัวเองไปพาดบนหน้าตักอีกฝ่ายอีกแหนะ
     
    เรียวส่ายหัวอย่างจนปัญญา ก็ที่ได้ฉายาฮิเมะ ไม่ใช่เพราะเอาแต่ใจตัวเองแบบนี้รึไง
     
     
    คิดแล้วก็มองคนที่เริ่มจะผล่อยหลับไปอย่างไม่สนใจอะไรทั้งสิ้นพักนึงก่อนจะหันมาจับจ้องยังกระดาษปึกหนาในมืออีกครั้ง ให้ตายสิ ร้อยวันพันปีเค้าไม่เคยได้บทแฮปปี้ดีๆ ในดราม่าสักที จะมาได้ก็เอาอีตอนที่เพื่อนสนิทสองคนมีปัญหาเนี่ยนะ 
     
     
    รึความซวยของไอ้จินกับพีจะเป็นส่วนช่วยให้การเสริมดวงให้นิชิกิโดคนนี้กัน
     
     
    จะว่าแล้วก็ดูบทแปลกประหลาดนี่อีกที คิระ คิริยะ คุณชายจากครอบครัวร่ำรวย ที่ดูภายนอกแสนจะเย็นชาแต่ความจริงแล้วเป็นคนอ่อนโยน มีหน้าที่ (ที่ตัวเองตั้งขึ้นเอง) ดูแลเพื่อนสนิท อาโออิ ยูริ ไม่ให้ถูกโลกอันโหดร้ายล่อล่วงไปในทางที่ผิด และดำเนินชีวิตอันวุ่นวายผ่านการจบไฮสคูล พลางรักษาโลกกลัวผู้หญิงให้หาย
     
    จริงจังนะเนี่ย ใครเป็นคนเลือกเค้าเป็นคนแสดงบทนี้วะ 
     
     
    สายตาหลุบลงไปมองเจ้าของเท้าที่ยึดตักเค้าเป็นที่พักพึง ทัตสึยะมันขาว หน้าเด็ก ผิวพรรณอะไรอย่างนี้ก็ดีไปหมด จะให้เล่นเป็นเด็กไฮศคูลคงไม่ยาก แต่เค้านี่สิ ไอ้หน้าตาที่มีคำว่าโทรมประดับอยู่ราวกับเป็นกาฝากนี่มันจะเป็นยังไงฟร่ะ 
     
     
     
    อายุก็จะปาไปยี่สิบหกยี่สิบเจ็ดกันทั้งคู่ จะให้มานั่งแอ๊บแบ๊วเป็นเด็กสิบแปดมันจะไปรอดได้ยังไงเล่า!!!
     
     
    อย่างกับไม่รู้ว่าจะไปลงที่ไหนมือหนาจึงดึงเศษกระดาษที่วางอยู่เกลื่อนกลาดมาม้วนเป็นก้อนกลมๆอีกสักลูก ก่อนจะปาอย่างไม่ปราณีปราศัยลงบนร่างที่หลับตาพริ้ม และได้ผลทันทีเมื่อไอ้คนที่นอนอยู่นะมันก็หลับไม่ลึกอยู่เป็นทุนเดิม มาเจอการปลุกแบบพิศดารแบบนี้ยิ่งทำให้ตื่นง่ายขึ้นเป็นสองเท่า
     
    ดวงตาหวานค้อนขวับอย่างจัง พลางหยิบไอ้ก้อนกลมเจ้าปัญหาไว้ในมือ 
     
    "ปลุกดีๆไม่ได้รึไง" มือเล็กขว้างอาวุธที่อยู่ในฝ่ามือหวังจะเอาคืน แต่เจ้าของม้วนกระดาษกลับรับได้อย่างทันท่วงที แถมยังมาฉีกยิ้มเพิ่มรอยเหี่ยวรอบหน้าให้หมั้นไส้เข้าไปอีก
     
     
    "ช้าไปร้อยกว่าปี.....น้องสาว" เท่านั้นแหละ คนที่ได้ชื่อว่าอารมณ์ร้อนอยู่แล้วในคัตตุนก็กระโจนเข้าคลุกวงในกับเพื่อนหัวดำทันที
     
    ร่างที่เล็กกว่าคร่อมอยู่ข้างบน มือขาวๆ พยายามจะบีบคอคนข้างล่างให้สำลักให้ได้ แต่ก็ทำไม่ได้ง่ายๆ เพราะเข่าแหลมๆที่ทิ่มมาไม่รู้จักหยุดจักหย่อนจะทำเอาจุกแทน
     
    "ฉันอายุมากกว่านายนะเฟ้ย แล้วใครน้องสาววะ!!!" คำกล่าวครหาดังลั่น หากแทนที่คนที่ถูกโจมตีจะโมโห อีกฝ่ายกับหัวเราะร่วนเสียอย่างนั้น 
     
    เรียวมองร่างที่ขยับไปมาอย่างนึกขัน ถึงจะชกมวยก็เถอะ แรงนายก็ไม่ได้มีมากเท่าที่มันควรจะเป็นสักนิด หรืออาจเป็นเพราะเขาแรงเยอะเอง แต่ยังไงก็แล้วแต่ ยอมให้ทำร้ายมาจนน่าจะพอใจแล้วมั้ง
     
     
    มือที่พยุงหัวไหล่คนที่อยู่ข้างบนเมื่อครู่ เลื่อนลงมาจับที่แขนเรียวก่อนจะกระชากอย่างแรงชนิดคนที่นึกว่าได้เปรียบอยู่สมองประมวลการกระทำไม่ทัน ทำให้ทััตสึยะตัวแข็งทื่อเมื่อถูกหัวหน้าวงนิวส์เหวี่ยงลงไปกับพรมข้างโซฟาอย่างเฉียบพลัน
     
    "โอ๊ย!" แน่ละสิ มันต้องเจ็บอยู่แล้วนี่ เมื่อพรมมันก็ไม่ได้หนามากมายขนาดกันกระแทกพื้นไม้แข็งๆได้ แต่เรื่องนั้นไม่ได้น่ากังวลเท่าตำแหน่งที่ถูกสลับเปลี่ยนเมื่อครู่
     
    "ไงทัตจัง" น้ำเสียงหวานหยดเยิ้มน่าโดนต่อยไปสักทีสองทีนั่นมีเจ้าของได้เพียงแค่คนเดียว และก็เป็นคนเดียวที่กำลังส่งรอยยิ้มเยาะแบบต้นฉบับมาให้คนที่ถูกกดทับอยู่ข้างล่างอย่างไม่กลัวเสียดายของ
     
     
    แพ้มันอีกแล้วเหรอเนี่ย
     
     
    ถ้าจะให้เล่าถึงอดีตอันยาวนานในเวลานี้คงไม่เหมาะแก่ความอดทนอันน้อยนิด และร่างกายอันบอบช้ำนี่สักเท่าไร แต่เท่าที่จำความได้อุเอดะ ทัตสึยะคนนี้ไม่เคยชนะ นิชิกิโด เรียวเลยแม้สักครั้ง คิดดูแล้วกัน ขนาดเป็นสคริปเค้ายังต้องแพ้เลย คิดแล้วมันน่าโมโหชะมัด
     
    "ไม่ต้องมาไงทัตจังเลย นายหัดทนุทนอมเพื่อนตัวเองบ้างไม่ได้รึไงเล่า เจ็บนะเนี่ย" คิ้วโก่งขมวดกันจนเป็นโบ พร้อมๆกับส่งสายตาอาฆาตให้เป็นระยะๆ 
     
     
    ทำให้อีกคนรู้สึกผิดเล็กๆ
     
     
    "เจ็บมั้ย" คำถามสั้นๆ แต่ก็ยังกวนประสาทคนเจ็บอยู่ดี ถามมาได้ไงฟร่ะ โดนเหวี่ยงลงกับพื้นจะให้รู้สึกนุ่มนวนรึไงเล่า!!! 
     
    "ไม่เจ็บมั้ง หรือว่านายโดนจินแพร่เชื้อใส่ทำให้สมองนายไม่ทำงานนะหา!!!"
     
     
    แต่ฉันว่าคนที่โดนแพร่เชื้อใส่น่าจะเป็นนายมากกว่านะทัตสึยะ เพราะถ้าไม่ติดเชื้อฉันจะเอาอะไรมาปากร้ายได้ขนาดนี้
     
    "นายต่างหากที่ติดเชื้อฉัน ฉายาฮิเมะก็เหมาะอยู่แล้ว อย่ามาแย่งตราทำมาหากินกันสิ" นิ้วเรียวบีบเข้าที่สันจมูกพอเป็นพิธี เรียกเสียโวยวายจากหัวหน้าคัตตุนได้อยู่มากโข นิชิกิโดเลยพอใจลุกขึ้นมาอย่างไม่มีบอกไม่มีกล่าว ทิ้งให้คนที่นอนกองอยู่ข้างล่างอยากจะถีบส่งมันสักทีนึง
     
     
    และความอยากคงไม่เพียงพอจึงต้องดำเนินการจริงๆ เมื่อขาขวาพุ่งออกไปหมายจะถีบไอ้คนที่ยืนยิ้มแฉ่ง ทว่าไอ้คู่ต่อสู้เนี่ยมิใช่คนที่รับมือด้วยได้ง่าย เพราะมือหนาจับข้อเท้าเล็กไว้แน่น แต่ที่เรียวไม่ได้คิดคือ องค์หญิงท่านจะฉุนขาดแล้วขยับเท้าไปมาอย่างรุนแรงหวังจะหลุดออกจากอุ้มมือมารให้พ้น
     
     
    ก็เพราะไม่ได้คิดนี่แหละ ร่างที่สูงกว่าจึงถูกแรงเหวี่ยงไปมาของคนผมน้ำตาลจนเสียหลักล้มทับไอ้คนที่นอนดิ้นอยู่ข้างล่างไปอีกสักที
     
     
    แต่ที่ทั้งสองไม่รู้คือประตูบ้านที่เปิดออกกว้างตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่รู้ และร่างหนาอวบของเพื่อนของทั้งสองคู่กรณีที่ยืนอ้าปากค้าง มารู้อีกทีก็เมื่อได้ยิ้นเสียงอะไรบางอย่างตกกระทบพื้นอย่างแรง
     
     
    นัยน์ตาสองคู่หันไปยังต้นเสียงแทบจะพร้อมกัน โดยไม่ได้สนใจสักนิดว่าไอ้ท่าที่พวกเขาอยู่นี่มันน่าเข้าใจผิดแค่ไหน
     
    และภาพที่ได้เห็นคืออคานิชิ จิน ตัวเป็นๆ ยืนแข็งค้าง กับถุงพลาสติกที่ทิ้งอยู่กับพื้นพร้อมกับกระป๋องโค้กซีโร่สามกระป๋องกลิ้งขลุกๆ ไปตามพื้นคอนโด
     
    หืม?
     
    "จิน?" เรียวมีเวลาพูดได้แค่นั้นเพราะมารู้อีกทีเพื่อนตัวสูงก็กรีดร้องเสียงหลง นิ้วหนาๆชี้มาที่พวกเขาราวกับเจออะไรแปลกประหลาด
     
    "อ๊ากกก!!! ทัตจัง เรียวจัง นายสองคนทำอะไรกันเนี่ย!!" ร่างสองร่างบนพื้นมองคนพูดอย่างมึนๆ ก่อนอะไรบางอย่างจะสกิดต่อมความเข้าใจเล็กน้อย ทำให้ทั้งสองชีวิตหันมามองหน้ากัน และนั่นเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ ไม่ควรทำเลยจริงๆ เมื่อริมฝีปากทั้งคู่อยู่ห่างกันเพียงคืบ ลมหายใจร้อนรดใบหน้าอย่างไม่ได้นัดหมาย จมูกโด่งชนเข้ากับสันจมูกรั้นอย่างจัง และคนที่ไปกวนประสาทเค้้าอยู่เมื่อครู่กลับพบว่าตัวเองเบือนหน้าหนีดวงหน้าหวานไม่ลง
     
     
    สวย
     
     
    นิชิกิโด เรียวเบิกตากว้างก่อนจะรีบยกมือดันพื้น และแทบจะกระโดดขึ้นมายืนในทันที ต้องเป็นเพราะเค้าไม่ได้คบใครมานานเกินไปแน่ๆ ถึงได้ไปคิดอะไรแบบนั้นกับเพื่อนตัวเอง
     
     
    เหมือนกับจะเตือนไม่ให้ลืมว่ายังมีหัวหลักหัวตออีกคนยืนอยู่ในห้อง จินจึงโชว์เอ๋อสดุดกระป๋องโคกซีโร่ที่ตัวเองซื้อมาแล้วลงไปนั่งก้นจ้ำเบ้าอยู่กับพื้น โดยไม่ลืมที่จะอ้าปากค้างไว้อย่างกับรอกินแมลงผู้โชคร้ายอย่างไงอย่างงั้น
     
    ทัตสึยะมองไปทางจินทีทางเรียวทีอย่างไม่ค่อยเข้าใจ แต่พอนึกได้ว่าบุคคลที่มาใหม่เป็นบุคคลเดียวกันกับคนที่หายหัวไปทั้งอาทิตย์ แถมมารู้อีกทีมันก็เด้งตัวเองออกจากวงเรียบร้อยแล้ว 
     
    "อคานิชิ!!!"
     
     
    "ทัตสึยะ!!!" มือกร้านดึงคอเสื้อคนที่จะวิ่งร่นเข้าไปหาแขกผู้ไม่ได้รับเชิญอย่างทันท่วงที ทำให้ร่างบางเสียหลักเข้าไปในอ้อมกอดของเรียวโดยปริยาย และนั่นทำให้จินร้องดังขึ้นไปอีก
     
     
    เสียงร้องอันแหลมปรี้ดชนิดที่ทำกระจกแตกเอาได้ง่ายๆ กำลังจะทำให้คนที่มีความอดทนต่อสิ่งน่ารำคาญต่ำอย่างชายจากโอซาก้า น็อตหลุดเอาได้ง่ายๆ
     
     
    "ไอ้จินเงียบ!!!" คำสั่งฟ้ากัมปนาทได้ผลอย่างไม่ต้องสงสัย เมื่อริมฝีปากบางหุบฉับ
     
     
    "แก....คิดว่าทำอะไรอยู่ห๋า ถึงได้อยู่ดีๆก็เดินเข้าบ้านคนอื่นที่เค้าล็อคประตูอยู่โดยไม่คิดจะเคาะสักนิด เซลล์สมองแกมันถูกบั่นทอนลงไปรึไงถึงได้ไม่เข้าใจอะไรง่ายๆ กับแค่มารยาทในสังคมของมนุษย์ปุถุชนที่เค้าทำกันเป็นเรื่องธรรมดาเนี่ย!!!!" วงแขนที่โอบเพื่อนอยู่เหวี่ยงคนตัวเล็กลงกับโซฟาอย่างเบามือก่อนจะเดินดุ่มๆ เข้าไปหาเพื่อนสนิทตัวเองที่อยากจะลดขั้นมันให้กลายเป็นกระสอบทรายอยู่เนืองๆ
     
    "ไม่ต้องพูดเลยนะจิน มันไม่ใช่อย่างที่แกคิดเว้ย ช่วยฉลาดขึ้นสักสองสามนาทีเพื่อเพื่อนหน่อยเถอะ" ถึงจะขอไปแบบนั้นแต่ก็รู้ว่ามันทำกันไม่ได้ง่ายๆ เรียวจึงยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือโดยการตบกระโหลกหนาๆ ไปสักหนึ่งที เผื่อความคิดอันสร้างสรรค์จะบังเกิดแกมันบ้าง
     
    ทัตสึยะนั่งมองภาพตรงหน้าอย่างปลงตก พยายามจะไม่คิดถึง ลมหายใจร้อนๆ ที่ยังคงรู้สึกได้ หรือจะวงแขนแข็งแรงที่พยุงเค้าไว้เมื่อครู่ หากแต่เลือกจะอยู่กับความเป็นจริงที่น่าจะเลวร้ายน้อยที่สุดแทน ก็แน่ละนะเค้าต้องเมาแน่ๆตอนตกลงเป็นเพื่อนกับพวกมัน
     
     
    ให้ตายเหอะ!! ใครไปติดสินบนพระเจ้าให้ลงโทษเค้าในวันนี้กัน
     
     
    ........................................................................................................
     
     
     
    Author's note : ไม่ได้เป็นเรื่องแรกที่แต่งนะ แต่เป็นครั้งแรกที่แต่งเรียวดะละ เห็นฟิคที่เริ่มจากสองคนนี้เป็นศัตรูกันเยอะแล้ว เลยอยากลองเปลี่ยนให้มันเป็นเพื่อนกันดูบ้าง ก็เค้าบอกว่าโชคุระมันสคริปนี่นา 
     
     
     
     
     
     

    edit @ 4 Sep 2010 23:32:04 by